สำรอง LNG-เพิ่มก๊าซอ่าวไทย- ซื้อไฟฟ้าลาว
ในส่วนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งใช้ผลิตไฟฟ้าประมาณ 20% ของประเทศ มีสัดส่วนนำเข้าจากกาตาร์ราว 10–20% หากเกิดข้อจำกัด ไทยสามารถกระจายความเสี่ยงโดยจัดหาจากแหล่งอื่น รวมถึงเพิ่มการผลิตก๊าซในอ่าวไทย
แผนสำรองที่เตรียมไว้ประกอบด้วย
-เพิ่มกำลังผลิตก๊าซในอ่าวไทย
-เร่งเจรจาพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (JDA)
-ซื้อไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่มเติมจาก สปป.ลาว
-เพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและชีวมวล
รมว.พลังงานย้ำว่า ทั้งน้ำมันและไฟฟ้ายังสามารถบริหารจัดการได้ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก หรือเร่งกักตุน เพราะจะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อระบบ
กองทุนน้ำมันบวก-ตรึงดีเซล7-10วัน
ด้านมาตรการดูแลราคา รมว.พลังงาน ระบุว่า ราคาพลังงานต้องเคลื่อนไหวตามตลาดโลก แต่รัฐบาลมีเครื่องมือสำคัญคือ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นบวกกว่า 2,000 ล้านบาท หลังจากเคยติดลบสูงสุดกว่า 120,000 ล้านบาทในช่วงวิกฤตราคาพลังงานก่อนหน้า
ในระยะสั้น รัฐบาลมีนโยบายใช้เงินกองทุนเข้าไปอุดหนุนเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซล ประมาณ 7–10 วัน เพื่อรอดูทิศทางสถานการณ์สงคราม ก่อนกำหนดแนวทางบริหารจัดการระยะถัดไป
ส่วนน้ำมันเบนซิน อาจปรับขึ้นตามกลไกตลาดโลกบ้าง แต่รัฐจะเข้าไปช่วยดูแลบางส่วน เพื่อไม่ให้ราคาปรับขึ้นรวดเร็วหรือรุนแรงจนกระทบค่าครองชีพ
ประเมิน 1-1.5 เดือนแรกราคายังสูง
รมว.พลังงาน ยอมรับว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาพลังงานอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งคลี่คลาย ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงได้รวดเร็ว เพราะกำลังการผลิตน้ำมันของโลกยังมีศักยภาพรองรับ
พร้อมเปรียบเทียบกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ว่า ช่วงแรกมักเกิดความตื่นตระหนก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระบบซัพพลายเชนและแหล่งผลิตใหม่ จะปรับตัวเข้าสู่สมดุล แม้อาจต้องใช้ระยะเวลา
“ไม่ต้องแตกตื่น ไม่ต้องรีบเติมน้ำมันกักตุน เรามีแผนรองรับหลายชั้น” นายอรรถพล ย้ำ พร้อมระบุว่า กระทรวงจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด