บิ๊กคอร์ปทั่วโลกจ่าย "ปันผล" สูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์
01 มี.ค. 2569
บิ๊กคอร์ปทั่วโลกจ่าย "ปันผล" สูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์
Business
01 มี.ค. 2569
บิ๊กคอร์ปทั่วโลกจ่าย "ปันผล" สูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์
1 มีนาคม 2569 กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า สำนักข่าวเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ระบุว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ยอดการจ่ายเงินปันผลทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 7% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.09 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มบริษัทการเงิน และเทคโนโลยี
ข้อมูลนี้รวบรวมโดย Capital Group ซึ่งติดตามบริษัทจดทะเบียนกว่า 1,600 แห่ง ใน 30 ตลาดหุ้นทั่วโลก
เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่ากลุ่มการเงินมาแรงที่สุด โดยเฉพาะบริษัทประกันที่จ่ายปันผลเพิ่มขึ้น 13% และบริษัทการเงินอื่นๆ เพิ่มขึ้นถึง 17% ตามมาด้วยกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ และไอทีที่โตขึ้น 13%
นอกจากนี้ กลุ่มยา สาธารณูปโภค สื่อ และเครื่องจักร โดยเฉพาะการบิน และป้องกันประเทศก็มียอดปันผลเติบโตดีเช่นกัน ในทางกลับกัน กลุ่มที่ซบเซาลงคือ กลุ่มเหมืองแร่ รถยนต์ และพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน และก๊าซซึ่งจ่ายปันผลลดลงตามทิศทางผลกำไรที่ลดลงในอุตสาหกรรมที่เป็นวัฏจักรเหล่านี้
ในเชิงพื้นที่ ตลาดหุ้น 30 แห่งจาก 46 แห่งที่ติดตามโดย Capital Group ทำสถิติจ่ายปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงสหรัฐ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน โดยเฉพาะ "ญี่ปุ่น" ที่โดดเด่นที่สุดด้วยยอดปันผลพุ่งสูงถึง 13% สูงเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยโลก ขณะที่สหรัฐ ยุโรป และตลาดเกิดใหม่มีอัตราเติบโตอยู่ที่ราว 6-7%
ในฝั่งเอเชีย ตลาดหุ้นฮ่องกงมีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นถึง 8.5% แตะระดับ 2.55 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้ในปี 2560
ขณะที่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ยอดปันผลเติบโตขึ้น 2.3% โดยเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ หลายบริษัทหันมาแบ่งจ่ายปันผลก้อนเล็กเป็น 2 ครั้งต่อปี แทนการจ่ายก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียวแบบในอดีต
อเล็กซานดรา แฮกการ์ด จากแคปิตอล กรุ๊ป วิเคราะห์ว่า การเติบโตของเงินปันผลในปี 2568 เกิดจากผลกำไรที่แข็งแกร่งในเกือบทุกภูมิภาค และทุกอุตสาหกรรม โดยมีส่วนที่อ่อนแอน้อยมาก และเมื่อมองไปที่ปี 2569 ก็ยังมีสัญญาณบวกต่อเนื่อง เพราะตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มขยายตัวในวงกว้างขึ้น มีบริษัทจำนวนมากขึ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับนักลงทุนในระยะยาว
แม้โลกจะเผชิญกับความท้าทายเรื่องกำแพงภาษีจากสหรัฐ และภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ แต่บริษัทจดทะเบียนเหล่านี้ยังโชว์ความแข็งแกร่งทำกำไรได้ดี
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนี MSCI World และตลาดหุ้นสหรัฐยังพุ่งสูงทำสถิติใหม่ในปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่ชนะคาดการณ์ และความเชื่อมั่นว่า AI จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
สำหรับปี 2569 คาดว่าการจ่ายเงินปันผลจะเดินหน้าทำลายสถิติต่อไป โดยอาจพุ่งถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือโตขึ้นอีก 5.4%
ภาพและข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
