"ศุภจี" ชี้ ภาษีทรัมป์รอบใหม่ ยังไม่นิ่ง ประกาศรับมือ ตั้งศูนย์ช่วยธุรกิจ เร่งเจรจา FTA
23 ก.พ. 2569
"ศุภจี" ชี้ ภาษีทรัมป์รอบใหม่ ยังไม่นิ่ง ประกาศรับมือ ตั้งศูนย์ช่วยธุรกิจ เร่งเจรจา FTA
Business
23 ก.พ. 2569
"ศุภจี" ชี้ ภาษีทรัมป์รอบใหม่ ยังไม่นิ่ง ประกาศรับมือ ตั้งศูนย์ช่วยธุรกิจ เร่งเจรจา FTA
23 กุมภาพันธ์ 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผ่านสื่อเครือเนชั่น ในงานครบรอบ 46 ปี ฐานเศรษฐกิจ ถึงแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการค้าโลก โดยเฉพาะนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับอัตราภาษีที่อาจปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% เป็น 15% ตามมาตรา 122 ซึ่งคาดว่าจะมีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมด้วยการเปิด “ศูนย์รับคำปรึกษา” เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ ในฐานะคู่ค้าหลักอย่างต่อเนื่อง โดยมีการหารือรอบล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและปกป้องสิทธิประโยชน์ของประเทศ
“สิ่งที่เราประเมินอยู่ปัจจุบันนี้ ก็คือความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นกับเรื่องของนโยบายภาษีของสหรัฐ ทั้งภาครัฐเองและผู้ประกอบการเอง ก็ต้องเตรียมตัวและก็ระมัดระวังในเรื่องนี้และก็ติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนในการเจรจายังต้องดำเนินต่อเนื่อง เพราะว่าสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ค้าหลักของเราแต่ก็ต้องยึดถือบนฐานของสิทธิประโยชน์ของประเทศไทยเป็นหลัก" นางศุภจี กล่าว
สำหรับความคืบหน้าด้านข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) นางศุภจี ระบุว่า ปัจจุบันการเจรจาการค้ายังต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยจะเร่งดำเนินการในเรื่องของ FTA กับ ศรีลังกา และ สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ที่ลงนามไปก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่ออนุมัติและประกาศใช้
ส่วนเป้าหมายในปีนี้ กระทรวงฯ ตั้งเป้าปิดดีลการเจรจา FTA กับ เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับ แคนาดา ให้สำเร็จภายในปีนี้ โดยแคนาดานั้นมีความสำคัญเพราะได้แสดงความต้องการเปิดเสรีการค้ากับอาเซียนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนทบทวน FTA ฉบับเดิมเพื่อบรรจุประเด็นสมัยใหม่อย่าง การค้าดิจิทัล (Digital Trade) และเร่งส่งเสริมให้ภาคเอกชนใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีมีการใช้สิทธิเต็ม 100% จาก FTA ที่มีการเจรจาไปแล้ว
ทั้งนี้ในส่วนของการขยายตลาดใหม่ นางศุภจี กล่าวว่า ตลาดอินเดีย เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง แม้ไทยจะเกินดุลการค้ากับอินเดียอย่างมาก ส่งออก 14,000 ล้านดอลลาร์ นำเข้า 4,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญคือมาตรฐาน BIS (Bureau of Indian Standards) ซึ่งไทยต้องเจรจาเพื่อลดข้อจำกัดทางเทคนิคเหล่านี้
โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้นำผู้ประกอบการกลุ่มวัสดุก่อสร้าง 20 ราย เข้าไปเจรจาเพื่อผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปสงค์ของอินเดียแล้ว ซึ่งได้เห็นประโยชน์จากการเจรจาในส่วนนี้มาก
นอกจากนี้ในส่วนของประเทศไทยยังต้องเดินหน้าลดความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ในเรื่องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใหญ่ว่า ปัจจุบันไทยพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ และจีนสูงมาก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนถึง 10% ของ GDP ดังนั้น รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการเปิดตลาดใหม่ๆ เช่น แอฟริกา ตะวันออกกลาง และซาอุดีอาระเบีย เพื่อสร้างความสมดุลและรักษาเสถียรภาพทางการค้าของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
