svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

คลังลุ้นศาลสหรัฐล้ม 'ภาษีทรัมป์' 14 ม.ค.นี้ ชี้จุดเปลี่ยน ศก. โลก

13 ม.ค. 2569

คลังแจงกระแสข่าวศาลฎีกาสหรัฐสั่งยกเลิกนโยบายภาษีนำเข้าทรัมป์เป็นเฟคนิวส์ ย้ำกระบวนการยังไม่สิ้นสุด รอฟังคำตัดสินชี้ชะตาศาลสหรัฐฯ 'ภาษีทรัมป์' 14 ม.ค. นี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า ศาลฎีกาสหรัฐ (Supreme Court) ได้มีคำพิพากษายกเลิกนโยบายการจัดเก็บภาษีนำเข้าขนานใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง หรือเป็น "เฟคนิวส์" (Fake News) โดยสถานะปัจจุบันยังไม่มีคำตัดสินขั้นสุดท้ายออกมาจากทางศาลสหรัฐแต่อย่างใด จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คาดการณ์ว่าจะมีการออกประกาศคำตัดสินอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 ม.ค. 69 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางเศรษฐกิจโลกและไทย

นายลวรณ กล่าวถึงฉากทัศน์ของผลคำตัดสินที่จะเกิดขึ้นว่า ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว หากศาลฎีกาสหรัฐตัดสินให้รัฐบาลทรัมป์สามารถเดินหน้านโยบายภาษีต่อไปได้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็จะยังคงเหมือนเดิม เนื่องจากภาคเอกชนและภาครัฐได้มีการปรับตัวและเตรียมแผนรองรับผลกระทบไว้ล่วงหน้าแล้ว ในทางกลับกัน หากผลคำตัดสินออกมาในทิศทางที่เป็นคุณต่อการค้าโลก คือศาลสั่งไม่ให้เดินหน้านโยบายภาษีดังกล่าว ก็จะถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยทันที

ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

“หากศาลบอกว่าทำได้ ก็ไม่มีอะไรเสีย เพราะทุกคนได้ปรับตัวและเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว แต่หากโชคดี ศาลบอกทำไม่ได้ จะเป็นปัจจัยบวก ส่วนจะบวกมากหรือน้อยต้องติดตามต่อไป” นายลวรณ กล่าว

สำหรับนโยบายภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือที่เรียกว่าภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) นั้น ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อการค้าโลกอย่างหนัก โดยมีการประกาศเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% จากทุกประเทศ และสูงสุดถึง 50% ในบางประเทศ ซึ่งในส่วนของประเทศไทย ถูกเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าสินค้าอยู่ที่ 19% จากเดิมที่เคยถูกเพ่งเล็งที่ 36% โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 68

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน พบว่าอัตราภาษีที่ถูกเรียกเก็บมีความแตกต่างกัน ได้แก่ สิงคโปร์อยู่ที่ 10% อัตราต่ำที่สุดในภูมิภาค ส่วนไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา 19% เวียดนาม 20% บรูไน 25% สปป.ลาว และ เมียนมา 40% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในภูมิภาค