สิ่งที่จำเป็นคือสิ่งที่ผมเรียกว่า “Big Reset” โดยการใช้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้าซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และบริหารจัดการอย่างจริงจัง เพื่อให้ครัวเรือนที่มีภาระหนี้ได้รับ “พื้นที่หายใจ” และสามารถกลับเข้าสู่วงจรเศรษฐกิจได้อีกครั้ง แนวทางนี้จะแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศไปพร้อมกัน ประเทศไทยต้องไม่เป็นเพียง “จุดหมายปลายทาง” แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริงของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งต้องอาศัยยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานใน 2 ด้าน
ด้านแรก คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ เช่น ระบบรถไฟเหนือ–ใต้ และโครงการแลนด์บริดจ์ที่เชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้าระหว่างประเทศอย่างมาก
ด้านที่สอง คือ การปรับปรุงกรอบกฎหมายและกฎระเบียบให้ทันสมัย การเปิดให้มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreements) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อพลังงานสะอาดได้โดยตรง ขจัดอุปสรรคสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีที่มีข้อกำหนด ESG ที่เข้มงวด เมื่อผสานกับนโยบาย “Go Cloud First” ของไทย เราได้ดึงดูดการลงทุนหลักในศูนย์ข้อมูลและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพจากเทคโนโลยี AI
ในภาคการท่องเที่ยว เราต้องเลิกเน้นเพียง “ปริมาณ” และให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” ควบคู่กัน ประเทศไทยมีศักยภาพมากกว่าการท่องเที่ยวเชิงชายหาด อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งและหลากหลายจะช่วยพลิกฟื้นการชะลอตัวของการท่องเที่ยวที่ได้กล่าวถึงในบทความก่อนหน้านี้
ท้ายที่สุด ความสะดวกในการประกอบธุรกิจต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ เราต้องเอื้อต่อนักลงทุนให้มากขึ้น แม้จะเป็นประเด็นระยะยาว แต่จำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้
แม้จะเผชิญความท้าทายในปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งด้านค่าครองชีพที่เข้าถึงได้ สภาพภูมิอากาศ การท่องเที่ยว อาหาร บริการทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมสุขภาพ หากดำเนินการปฏิรูปอย่างถูกทิศทาง เราสามารถทวงคืนบทบาทในฐานะพันธมิตรสำคัญที่โลกไม่อาจมองข้าม
เราสามารถทำให้ “คนป่วยแห่งเอเชีย” กลับมาวิ่งได้อีกครั้ง — และรวดเร็ว”
เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งแสนสิริ