พร้อมทั้งยังประเมินว่า ทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่สำคัญ โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มมีสัญญาณการยกระดับความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ทั้งในเชิงถ้อยแถลงและการเตรียมการทางทหาร ทั้งนี้หากสถานการณ์ลุกลามหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เชื่อว่าทองคำมีโอกาสกลับมาได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ สิ่งที่ยังคงต้องจับตา คือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพราะหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งเกินคาด อาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำต่อเนื่อง แต่หากเริ่มเห็นสัญญาณตลาดแรงงานชะลอตัว ก็อาจเปิดโอกาสให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องในเชิงเทคนิค
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลงแรง แต่แนวโน้มขาขึ้นระยะกลางยังอยู่ และเริ่มเห็นโครงสร้างระยะสั้นนั้นทำการยกไฮยกโลว์ขึ้นมา ตราบใดที่ราคายังสามารถยืนเหนือโซนแนวรับสำคัญบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มองว่าการปรับฐานในรอบนี้เป็นเพียงการพักฐานเชิงเทคนิคเท่านั้น
ดังนั้นฝ่ายวิจัย จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนรอจังหวะการสร้างฐาน โดยให้แนวรับสำคัญที่ 4,880 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทย ประมาณ 73,200 บาท) และ 4,600 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทย ประมาณ 69,100 บาท) ทั้งนี้หากสามารถประคองตัวได้มีโอกาสที่จะรีบาวด์ระยะสั้นขึ้นไปทดสอบ 5,200 / $5,400 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 77,500 –79,300 บาท)