แบงก์ชาติเร่งสกัดธุรกรรม 'ทองคำ-ทุนเทา' กระทบอัตราแลกเปลี่ยน
29 ม.ค. 2569 | tananya_nak

ผู้ว่า ธปท. 'วิทัย' ยันดูแลเงินบาทต่อเนื่องเต็มศักยภาพ ชี้ต้องแก้ผลกระทบเงินบาทจากธุรกรรม 'ทองคำ - ทุนเทา' เตรียมจำกัดเพดานซื้อขายทองออนไลน์ คาดมีผลต้น มี.ค.นี้
Business
29 ม.ค. 2569 | tananya_nak

ผู้ว่า ธปท. 'วิทัย' ยันดูแลเงินบาทต่อเนื่องเต็มศักยภาพ ชี้ต้องแก้ผลกระทบเงินบาทจากธุรกรรม 'ทองคำ - ทุนเทา' เตรียมจำกัดเพดานซื้อขายทองออนไลน์ คาดมีผลต้น มี.ค.นี้
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุ สถานการณ์เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องและหลุดระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ กลับมาแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือน ในขณะที่ราคาทองคำตลาดโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยปี 2568 ราคาปรับขึ้น 65% และนับตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาทองขึ้น 20% ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาททันที
ทั้งนี้ ธปท.พยายามแก้ปัญหาและดูแลเงินบาทต่อเนื่องเพื่อดูแลความผันผวน โดยเฉพาะในยุคผู้ว่าการ ธปท.ปัจจุบันเข้าตลาดรุนแรง มากกว่าช่วงที่ผ่านมา เพื่อดูแลค่าเงินบาทเต็มที่เต็มศักยภาพเท่าที่ ธปท.ทำได้ในกรอบข้อตกลงของสหรัฐ (currency manipulation) ดังนั้น ธปท.ต้องดูแลจัดการธุรกรรมทองที่เชื่อมโยงกับเงินบาทมีเป้าหมาย 2 ประการ คือ 1.การลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท โดยเฉพาะแรงกดดันระยะสั้นที่เกิดจากการขายทองพร้อมกันในปริมาณมาก 2.การแก้ปัญหาทุนเทา เพราะทองคำถูกใช้เป็นช่องทางในการแปลงเงินจำนวนมากให้หลุดออกจากระบบตรวจสอบได้ง่าย
รวมทั้งหากย้อนดูพฤติกรรมการซื้อขายทองคำที่มีผลต่อเงินบาท โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นปรับตัวลงต่อเนื่องทำให้ประชาชนจำนวนมากย้ายเงินออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดทองคำ การซื้อทองไม่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เกิดขึ้น “ทุกวัน” เป็นการสะสมต่อเนื่อง กระจายดีมานด์ออกไประยะยาว ซึ่งช่วงที่ซื้อสะสมนั้นผลกระทบต่อค่าเงินบาทอาจไม่ชัดเจนมากนัก แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นรุนแรงในวันที่ราคาทองขึ้นแรงเพราะพฤติกรรมผู้ถือทองจำนวนมากจะเปลี่ยนจากการซื้อสะสมมาเป็นการขายพร้อมกันช่วงเวลาสั้น เช่น ภายใน 3-5 วัน เมื่อมีการขายขึ้นพร้อมกันปริมาณมหาศาลทำให้ส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินบาท
ทั้งนี้ด้วยปริมาณธุรกรรมที่สูงมากมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทจึงรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด โดยพบบางช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเร็วจะมีแรงขายดอลลาร์จากธุรกรรมทองคำมีสัดส่วนสูงถึง 45% ของการขายดอลลาร์ทั้งหมดในประเทศ และบางช่วงสัดส่วนเคยสูงถึง 62% ดังนั้น สะท้อนว่าค่าเงินบาทบางช่วงเวลาถูกขับเคลื่อนโดยตลาดทองคำมากกว่าปัจจัยเศรษฐกิจพื้นฐานที่ถือเป็นปัญหา เพราะการแข็งค่าของเงินบาทลักษณะนี้ไม่สะท้อนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่สร้างผลกระทบตรงต่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออกและภาคการผลิต
“ธุรกิจทองคำเป็นธุรกิจที่มีวอลุ่มการซื้อขายต่อวันสูงมากจนบางช่วงมีมูลค่าสูงกว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แต่แทบไม่มีการกำกับดูแล ต่างจากตลาดทุนที่มีหน่วยงานกำกับดูแลเข้มงวด เป็นช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ปล่อยให้ความผันผวนในตลาดหนึ่งกระทบเสถียรภาพค่าเงิน”
ทั้งนี้ ธปท.ออกประกาศหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินตราฉบับใหม่ที่กำหนดให้ผู้ซื้อหรือขายทองคำที่มีการนำเข้าหรือส่งออกทองคำ 5 ปีย้อนหลัง มีมูลค่าเกิน 10,000 ล้านบาท ต้องรายงาน ธปท.ซึ่งหลังจากนี้จะออกประกาศอีก 2 ฉบับ ภายในวันที่ 30 ม.ค. 2569 เพื่อช่วยกำกับดูแลการค้าทอง ได้แก่ 1. การกำหนดให้ร้านทองเก็บข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำที่เกินกว่า 20 ล้านบาท 2. การกำหนดเพดานการซื้อขายทองคำให้ซื้อขายได้ไม่เกินกว่า 50 ล้านบาท
"ธปท.จะออกประกาศจำกัดปริมาณการซื้อขายทองคำได้ภายในสัปดาห์นี้ แต่ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อีก 1 เดือนให้หลัง หรือราวต้นเดือนมีนาคม เพื่อทอดเวลาให้ปรับปรุงระบบ"