svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

กกร. ผวาบาทแข็งผิดปกติทุบส่งออก จีดีพีเสี่ยงโตต่ำกว่า 2% รอบ 30 ปี

08 ม.ค. 2569

กกร. ชี้ไทยเจอวิกฤติรอบด้าน จีดีพีเสี่ยงโตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกรอบ 30 ปี ผวาบาทแข็งตาม 'ทอง-เงินดิจิทัล' ซ้ำเติมผู้ส่งออก

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานการแถลงข่าวคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมด้วยนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 กำลังเผชิญ วิกฤติรอบด้าน และมีความเสี่ยงโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติใหญ่ในอดีต

กกร. ประเมินว่าไทยมีโอกาส โตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง หนี้ครัวเรือนสูง เศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ ข้อจำกัดการคลัง กฎระเบียบล้าสมัย ข้อมูลรัฐไม่เชื่อมโยง รวมถึงผลกระทบจากภัยพิบัติ ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมไซเบอร์ การไหลของเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการงบประมาณล่าช้า

พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ เงินบาทถือเป็นความกังวลอย่างยิ่งโดยแข็งค่าขึ้นถึง 8.2% ในปีที่ผ่านมา สูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค ส่งผลกระทบหนักต่อผู้ส่งออก เสมือนถูกเรียกเก็บ “ภาษี (tariff)” เพิ่มโดยอัตโนมัติ ลดความสามารถแข่งขันลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยการแข็งค่าของเงินบาทมีความเชื่อมโยงกับ การซื้อขายทองคำ และการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม เรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแล เร่งตรวจสอบแหล่งเงิน connect the dots โดยเฉพาะธุรกรรมเงินบาทที่เกี่ยวข้องกับบุคคลไม่มีถิ่นพำนักในไทย เพื่อป้องกันการบิดเบือนค่าเงิน และไม่ให้ “ทุนเทา-ฟอกเงิน” บั่นทอนเศรษฐกิจจริง
 

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าที่ผิดไปจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจประเทศไทยที่ยังอ่อนแอ โดยระหว่าง 1 ม.ค.2568-1 ม.ค.2569 บาทแข็งกว่า 8% ในขณะที่เวียดนามทำให้อ่อนค่าได้ราว 3% ทำให้เกิดส่วนต่างแข่งขัน 10-12% ซึ่งไทยกำลังถูกใช้เป็น “ทางผ่าน” เงินผิดปกติ โดยระบบการเงินมีช่องโหว่ รวมถึงการเทรดสกุลเงินในไทยคิดเป็น 50% ของปริมาณการเทรด ในขณะที่โลกเฉลี่ยเพียง 10%

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

“ต้องมีมาตรการควบคุมทองคำ-คริปโทเคอร์เรนซีอย่างจริงจัง ไม่ปล่อย free flow จนกลายเป็นช่องทางฟอกเงิน อีกทั้ง เศรษฐกิจไทยโตต่ำสุดในรอบ 30 ปี โดยเวียดนามจ่อแซงอันดับต้นในอาเซียน” นายเกรียงไกร กล่าว

กกร.ประเมิน GDP ปี 2569 ขยายตัวเพียง 1.6-2.0% และเตือนว่าหากไม่เร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค และถูกเวียดนามแซงด้านขนาดเศรษฐกิจ โดยเวียดนามตั้งเป้าหมายเศรษฐกิจขยายตัวในระดับตัวเลข 2 หลัก และเดินหน้าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเต็มรูปแบบ ในขณะที่ไทยยังพึ่งพาเครื่องยนต์เก่า คือ รับจ้างผลิต (OEM) ที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ โดยแรงงานขาดแคลนแต่ค่าแรงสูง รวมถึงหนี้ครัวเรือนหนี้นอกระบบเกินรายได้ ทำให้กำลังซื้อและการลงทุนซบเซา รวมทั้ง ปัญหาคอร์รัปชันคือต้นทุนใหญ่ที่สุดของประเทศ ทำให้ไทยล้าหลังคู่แข่ง จึงเปิดแคมเปญ “กกร. และเพื่อนไม่ทน - Zero Corruption” โดยปัญหาเร่งด่วน คือ กฎระเบียบล้าสมัย เปิดช่องเรียกรับสินบน อีกทั้งต้นทุนโลจิสติกส์สูงถึง 15-16% ของ GDP รัฐบาลควรต้องลดเหลือ 9-10% โดยนักลงทุนทั่วโลกมีความกังวลเงื่อนไขไม่โปร่งใส 

กกร. ผวาบาทแข็งผิดปกติทุบส่งออก จีดีพีเสี่ยงโตต่ำกว่า 2% รอบ 30 ปี

“เศรษฐกิจไทยถูกเปรียบเทียบว่าเหมือน เครื่องจักรเก่าที่เต็มไปด้วยสนิมและการรั่วไหลที่เร่งเครื่องอย่างไร ก็ไม่วิ่ง หากไม่ซ่อมโครงสร้างและอุดรอยรั่วคอร์รัปชัน” นายเกรียงไกร กล่าว

นอกจากนี้ กกร.เสนอแนวทางเร่งด่วน อาทิ รัฐทำหน้าที่ Facilitator ไม่ใช่ผู้ควบคุม เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ แก้หนี้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงข้อมูลรัฐทุกมิติ ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานน้ำและราง พร้อมลดต้นทุนโลจิสติกส์ สร้าง Ecosystem ดึงดูดการลงทุนใหม่ พร้อมใช้เวทีใหญ่ระดับโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ World Bank 2026, Gastech 2026 และเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่จะถูกจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อ Re-brand ประเทศไทย และดึงเข้าห่วงโซ่อุปทานโลก