ภาวุธ เสนอให้รัฐบาลใช้ช่วงเวลา 6 เดือนนี้ ดำเนินการ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่
- เปิดเผยต้นทุนรวมให้โปร่งใส เพื่อให้ผู้ค้าทราบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องจ่ายแก่แพลตฟอร์ม และคำนวณได้อย่างชัดเจนว่าหากขายสินค้าได้ 100 บาท จะเหลือรายได้สุทธิเท่าใด
- กำหนดกติกาการเปลี่ยนค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการค้าอย่างเป็นธรรม โดยต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า และมีกลไกอุทธรณ์เมื่อผู้ค้าได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนกติกาหรือการจัดอันดับสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม
- ให้ผู้ค้าสามารถนำข้อมูลร้านค้าและประวัติการขายไปใช้กับช่องทางอื่นได้ เพื่อลดการผูกติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง และช่วยให้ผู้ประกอบการสร้างฐานลูกค้าของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
- เร่งผลักดันกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานกลางแบบเปิด เชื่อมโยงร้านค้า แพลตฟอร์ม ระบบชำระเงิน และระบบขนส่งเข้าด้วยกัน โดยยกตัวอย่าง PromptPay ที่ทำให้หลายฝ่ายสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินร่วมกันได้ แทนที่รัฐจะลงไปสร้างแอปพลิเคชันขายสินค้าแข่งขันกับเอกชนโดยตรง
นอกจากนี้ ภาวุธ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เนื่องจากกระบวนการผลักดันกฎหมายให้มีผลบังคับใช้อาจใช้เวลาอีก 1–2 ปี จึงควรเริ่มดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้
“ควรรีบส่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เข้าสภาได้แล้ว ผมพร้อมยกมือสนับสนุนทันที เพราะกว่าจะออกมาได้จริง อาจใช้เวลา 1-2 ปี เดี๋ยวจะไม่ทัน และฝากรัฐบาลติดตามและผลักดัน OCN หรือ Open Commerce Network แพลตฟอร์มรวมสินค้าไทยที่กระจายศูนย์ออกไปหลายช่องด้วยนะครับ ตอนนี้อยู่ที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)”
อย่างไรก็ตาม ภาวุธ เรียกร้องให้ผู้ประกอบการค้าออนไลน์รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อสร้างตัวแทนในการหารือ ต่อรอง และปกป้องผลประโยชน์ของผู้ค้าไทย โดยเห็นว่าการมีทางเลือกในการขายสินค้าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์ม พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้แพลตฟอร์มของคนไทยมากขึ้น เพื่อสร้างทางเลือกและส่งเสริมให้ธุรกิจไทยเติบโต
ภาวุธ ย้ำว่า การลดค่า GP เป็นมาตรการที่ควรสนับสนุน แต่รัฐบาลต้องไม่หยุดอยู่เพียงการขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์มเป็นครั้งคราว หากต้องสร้างกติกาที่เป็นธรรมและส่งเสริมการแข่งขันอย่างแท้จริง เพื่อให้ SME ไทยสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
“วันนี้แพลตฟอร์มลด GP เพราะรัฐบาลขอ แต่วันไหนรัฐบาลไม่ขอ ใครจะคุ้มครอง SME ไทย” ภาวุธ กล่าวทิ้งท้าย