เนชั่นทีวี

Business

รัฐจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ มอบดีอีคุม ไฟเกิน 2MW เป็นอุตสาหกรรม

04 ก.ย. 2569 | titayu_pur

รัฐจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ มอบดีอีคุม ไฟเกิน 2MW เป็นอุตสาหกรรม

รัฐจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ มอบดีอีรวบข้อมูล 4 กลุ่ม เร่งส่งใน 11 ก.ย. ชี้ใช้ไฟเกิน 2 MW ถือเป็นกิจการอุตสาหกรรม ตั้ง 4 อนุกรรมการ คุมมาตรฐานหนุน Green Data Center

รัฐจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ มอบดีอีรวบข้อมูล 4 กลุ่ม เร่งส่งใน 11 ก.ย. ชี้ใช้ไฟเกิน 2 MW ถือเป็นกิจการอุตสาหกรรม ตั้ง 4 อนุกรรมการ คุมมาตรฐานหนุน Green Data Center

KEY

POINTS

  • รวบฐานข้อมูล 4 กลุ่มส่งดีอี: มอบกระทรวงดีอีเป็นเจ้าภาพรวมข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ 4 สถานะ ภายใน 11 ก.ย. 2569 พร้อมจัดทำรหัส TSIC เฉพาะ
     
  • คุมไฟเกิน 2MW เป็นอุตสาหกรรม: กำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟเกิน 2 เมกะวัตต์ จัดเป็นกิจการอุตสาหกรรม และปรับโครงสร้างราคาให้สะท้อนต้นทุนจริง
     
  • ตั้ง 4 อนุกรรมการดัน Green Data Center: แต่งตั้งอนุกรรมการ 4 ชุด วางมาตรฐานเทคนิคและกรอบประเมิน 4 มิติ มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

4 กันยายน 2569 รัฐบาล โดยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เดินหน้า จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งระบบ โดยมอบหมายให้ กระทรวงดีอี เป็นเจ้าภาพบูรณาการและรวบรวมฐานข้อมูล ดาต้าเซ็นเตอร์ สถานะทั่วประเทศ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจนให้ศูนย์ข้อมูลที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่า 2 เมกะวัตต์ (MW) จัดอยู่ในประเภท กิจการอุตสาหกรรม และให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดรหัสธุรกิจ TSIC เฉพาะ เพื่อให้การกำกับดูแลและติดตามการใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้าน 4 ชุด เพื่อวางมาตรฐานทางเทคนิคและกรอบการประเมินผลกระทบ 4 มิติ มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ผลักดันสู่การพัฒนา GreenDataCenter ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

 

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ประชุมครั้งแรก โดยได้พิจารณา 4 ประเด็นสำคัญ และมีข้อสรุปดังนี้

 

รัฐจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ มอบดีอีคุม ไฟเกิน 2MW เป็นอุตสาหกรรม

 

ประเด็นที่ 1 เร่งจัดทำและบูรณาการข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ให้เป็นชุดข้อมูลเดียวกัน

 

ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติและอนุญาตประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ จัดส่งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์แบ่งตามสถานะ 4 ประเภท ได้แก่

 

1. ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประกอบกิจการแล้ว

2. ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

3. ดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง

4. ดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาต

 

โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี รับเป็นหน่วยงานรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดส่งข้อมูลภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 เพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นชุดเดียวกัน และสามารถใช้ประกอบการกำหนดนโยบายได้อย่างรวดเร็ว

 

พร้อมกันนี้ มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดรหัสธุรกิจหมวด TSIC เฉพาะสำหรับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นที่ 2 เร่งจัดระเบียบและวางกติการ่วมกันในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์

 

ที่ประชุมเห็นความจำเป็นในการจัดระเบียบและกำหนดกติกากลางสำหรับการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติและอนุญาตประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ จัดส่งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ตามสถานะทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ ประกอบกิจการแล้ว ก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างก่อสร้าง และอยู่ระหว่างการพิจารณา

 

โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับเป็นหน่วยงานรวบรวมข้อมูล และให้จัดส่งข้อมูลภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 เช่นเดียวกัน

 

นอกจากนี้ ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพิจารณาความเหมาะสมในการกำหนดรหัสธุรกิจหมวด TSIC เฉพาะของดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้การกำกับดูแลและการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจประเภทนี้มีความชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น

 

ประเด็นที่ 3 ออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประเทศต้องการ

 

ที่ประชุมเห็นชอบร่างนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยกำหนดสาระสำคัญ ได้แก่

 

1. ให้ร่างนโยบายดังกล่าวบังคับใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์ทุกประเภท

2. กำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีขนาดการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 2 เมกะวัตต์ (MW) เป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม

3. กำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่างๆ ให้สะท้อนต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงสนับสนุนการใช้พลังงานสีเขียวในดาต้าเซ็นเตอร์ และส่งเสริมการพัฒนา Green Data Center

 

ประเด็นที่ 4 กำหนดเกณฑ์ประเมินในมิติต่างๆ เพื่อคัดเลือกดาต้าเซ็นเตอร์ที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

 

ที่ประชุมเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้าน 4 ชุด เพื่อพิจารณาจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และกรอบแนวทางปฏิบัติใน 4 มิติ ประกอบด้วย

 

1. ด้านเศรษฐกิจ

 

กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อใช้ในการจัดลำดับความสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยพิจารณาทั้งความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ความต้องการใช้งาน หรือ Demand ประเภท AI Factory รวมถึงที่ตั้ง หรือ Zoning

 

ทั้งนี้ การประเมินผลลัพธ์จะต้องสามารถยืนยันได้ว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

 

2. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน

 

ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ได้แก่ พลังงาน น้ำ และระบบดิจิทัล โดยจะต้องพิจารณาถึงความพร้อมในการจัดหาและรองรับการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์ในแต่ละพื้นที่

 

3. ด้านพื้นที่และอาคาร

 

พิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่และอาคารสำหรับการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ตั้ง และการจัด Zoning ให้เหมาะสมกับลักษณะและขนาดของโครงการ

 

4. ด้านสิ่งแวดล้อม

 

กำหนดมาตรฐานและแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้พลังงานสีเขียว และสอดคล้องกับเป้าหมาย Green Data Center และ Net Zero ของประเทศ

 

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพื้นที่และอาคาร และด้านสิ่งแวดล้อม จะรับไปกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคขั้นต่ำของดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ Minimum Requirement

 

โดยจะครอบคลุม อาทิ ความพร้อมในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐาน ความเหมาะสมของที่ตั้ง มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละกลุ่มให้เหมาะสม โดยอาจกำหนดระยะเวลาในการปรับตัวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะกำหนดขึ้น

 

ที่ประชุมยังมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำประเด็นและขอบเขตการดำเนินงานของแต่ละคณะอนุกรรมการให้มีความชัดเจน พร้อมประสานงานกับคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด เพื่อออกแบบกลไกทางนโยบายให้มีความเชื่อมโยงกัน และนำเสนอคณะกรรมการนโยบายฯ พิจารณาภายในเดือนกันยายน 2569

 

ข่าวล่าสุด