ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นการปิดกั้นการลงทุน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนจากการอนุมัติกระจัดกระจาย ให้เป็นการบูรณาการร่วมกันภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ระดับประเทศ โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมเพื่อแชร์บทเรียนและประสบการณ์การบริหารจัดการดาตาเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วย
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และจัดระเบียบดาตาเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ โดยนำบทเรียนจากต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งหัวใจสำคัญคือการกำหนดให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการดูแลประชาชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้จะใช้รูปแบบการประเมินความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับสำหรับการพิจารณาการลงทุนในระยะต่อไป เนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมาข้อมูลมีความกระจัดกระจาย รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการบูรณาการรวมศูนย์ข้อมูลให้มีความชัดเจนและเป็นระเบียบ หากพบผู้กระทำผิดกฎระเบียบหรือแอบแฝงเปลี่ยนชื่อจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที
ขณะเดียวกันจะมีการปรับปรุงระเบียบขั้นต่ำร่วมกับหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งประเมินความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และกำหนดขนาดที่เหมาะสมของดาตาเซ็นเตอร์ ตลอดจนเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ เช่น ยุทธศาสตร์ AI, การใช้ Local Content และการกระจายประโยชน์ให้แก่ธุรกิจไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME และคนไทย
ทั้งนี้ กรอบการทำงานทั้งหมดถูกกำหนดไทม์ไลน์ไว้ภายใน 1 เดือน โดยในสัปดาห์หน้าจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้ามานำเสนอ พร้อมแบ่งคณะทำงานออกเป็น 4 ชุด ได้แก่
1.ชุดเศรษฐกิจ ประเมินมาตรฐานและยุทธศาสตร์ชาติ
2.ชุดโครงสร้างพื้นฐาน ด้านน้ำ ไฟฟ้า และดิจิทัล
3ชุดที่ดินและผังเมือง
4.ชุดสิ่งแวดล้อม ที่มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมตรวจสอบ เพื่อนำข้อสรุปมาจัดทำนโยบายและเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนร่วมกันต่อไป
เมื่อถามว่า ธุรกิจดาตาเซ็นเตอร์น่ากลัวและสร้างผลกระทบกับชาวบ้านหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่หน่วยงานต่างๆ ต้องไปดูแลชาวบ้าน เช่น ใครไปทำถังน้ำมันไม่ขออนุญาตก็ผิดกฎเกณฑ์ ใครไปสร้างอะไรก่อนที่จะขอใบอนุญาตเราก็ไปจัดการ รัฐบาลยืนยันว่ามีมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเสียง ฉะนั้นประชาชนไม่ต้องกังวล ส่วนเรื่องขนาดได้กำหนดพื้นที่และกำหนดผังเมืองให้สอดคล้องกับขนาดและชุมชน เนื่องจากดาตาเซ็นเตอร์ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ อะไรที่กระจัดกระจายวันนี้จะรวมศูนย์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ การลงทุนสามารถเติบโตไปได้ แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และต้องสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง
ด้าน นายพลพีร์ กล่าวว่า ให้ประชาชนมั่นใจการให้บริการไฟฟ้า น้ำประปา และผังเมืองในภาพรวม จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ได้เตรียมพร้อมสั่งชะลอการจ่ายระบบให้กับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างออกไปก่อน แม้ว่าบางแห่งจะมีการทำข้อตกลงล่วงหน้าไว้แล้วก็ตาม เพื่อรอข้อสรุปมาตรการใหม่จากคณะกรรมการ ซึ่งจะเน้นกำกับดูแล 3 ด้านหลัก ได้แก่ ผังเมือง การให้บริการไฟฟ้า และน้ำประปา
ขณะที่ นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้มีความชัดเจนมากขึ้นในการกำหนดนิยามให้ดาต้าเซ็นเตอร์ เข้าสู่หมวดอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่ประชาชนใน 5 ด้าน ได้แก่ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดวางผังเมืองเพื่อระบุพิกัดที่เหมาะสม การบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารเรื่องระยะเว้นระยะร่น ความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองอย่างเข้มงวด โดยกระทรวงพลังงาน ตลอดจนความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคอย่างน้ำและไฟฟ้า
สำหรับสถานะของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ กทม. นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการขออนุญาตทั้งหมด 6 โครงการ ขนาดตั้งแต่ 9-23 เมกะวัตต์ โดยอนุมัติและเปิดดำเนินการไปแล้ว 3 โครงการ ตั้งแต่ช่วงปี 2565-2567 ซึ่ง กทม. จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างเข้มข้น เพื่อประเมินว่ามีผลกระทบ หรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชุมชนรอบข้างหรือไม่ เพื่อนำมาใช้เป็นบทเรียนเชิงข้อมูลต่อไป
ส่วนอีก 3 โครงการที่เหลือ ยังไม่อนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย โดยยืนยันว่า จะถูกสั่งชะลอไว้ก่อน เพื่อทบทวนรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเชิงนโยบายที่ชัดเจนจากคณะกรรมการภายใน 1 เดือน