“เอกนัฏ” กางบิลโชว์ เลข 1 ลดค่าไฟบ้าน ไม่เกิน 500 หน่วยจ่ายถูกลง 10-20%
30 เม.ย. 2569

รมว.พลังงาน รื้อโครงสร้างค่าไฟใหม่ เน้นช่วยบ้านอยู่อาศัย 21 ล้านครัวเรือน ย้ำกลุ่มรหัสเลข 1 ใช้ไม่เกิน 500 หน่วยจ่ายถูกลงแน่นอน พร้อมลุยยกเลิกสัญญาค่าไฟแพง
Business
30 เม.ย. 2569

รมว.พลังงาน รื้อโครงสร้างค่าไฟใหม่ เน้นช่วยบ้านอยู่อาศัย 21 ล้านครัวเรือน ย้ำกลุ่มรหัสเลข 1 ใช้ไม่เกิน 500 หน่วยจ่ายถูกลงแน่นอน พร้อมลุยยกเลิกสัญญาค่าไฟแพง
30 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Nation วิเคราะห์ข่าว ถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยระบุชัดเจนว่า มาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่ "บ้านอยู่อาศัย" เพื่อฉีดภูมิคุ้มกันให้ประชาชนกลุ่มใหญ่ของประเทศกว่า 21 ล้านครัวเรือน
นายเอกนัฏ อธิบายสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภคที่กำลังสับสนว่า ใครบ้างที่จะได้รับอานิสงส์จากอัตราค่าไฟใหม่นี้ โดยให้สังเกตที่ "ประเภทผู้ใช้ไฟ" ในบิลค่าไฟฟ้าเป็นหลัก หากเลขตัวหน้าขึ้นต้นด้วยเลข 1 หมายถึงกลุ่มบ้านอยู่อาศัย ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ปรับลดตามโครงสร้างใหม่ทันที แต่หากขึ้นต้นด้วยเลข 2 ถึง 8 จะถือเป็นกลุ่มกิจการ ร้านค้า หรือโรงงาน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการนี้เนื่องจากมีพฤติกรรมการใช้ไฟที่ต่างกัน
"บางบ้านกังวลเพราะชั้นล่างเปิดเป็นร้านเล็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะจดเป็นประเภทกิจการขนาดเล็ก รหัสจะไม่ใช่เลข 1 กลุ่มนี้จะไม่เกี่ยวกันเลย เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ต้องเปิดแอร์หรือใช้ไฟทั้งวัน ปริมาณการใช้จึงสูงกว่าบ้านพักอาศัยทั่วไป" นายเอกนัฏ ระบุ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า แนวโน้มอัตราใหม่ยังคงเป็นระบบอัตราก้าวหน้า 3 ขั้นเหมือนเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยน "เรตราคา" และ "จำนวนหน่วย" ในแต่ละขั้นเพื่อลดภาระประชาชน ดังนี้:
ขั้นแรก จากเดิม 0-150 หน่วยที่ราคาประมาณ 3.24 บาท จะขยายเพดานเป็น 0-200 หน่วย และปรับลดราคาลงเหลือเพียง 3 บาทถ้วน
ขั้นที่สอง จากเดิมช่วง 150-400 หน่วย จะปรับเป็น 201-400 หน่วย โดยยังคงใช้อัตราราคาเดิม ไม่มีการแตะต้องในส่วนนี้
ขั้นที่สาม คือกลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป ซึ่งในส่วนนี้จะต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราค่าไฟเพื่อนำมาชดเชยในส่วนที่ปรับลดให้กับกลุ่มบ้านเรือน
จากการคำนวณเบื้องต้นพบว่า "จุดตัด" สำคัญอยู่ที่ 500 หน่วย หากบ้านใครใช้ไฟไม่เกินระดับนี้ จะเสียค่าไฟถูกลงแน่นอน โดยกลุ่มที่ใช้ไม่ถึง 200 หน่วยจะประหยัดได้ถึง 20% (เช่น จากที่เคยจ่าย 800 บาท จะเหลือเพียง 600 บาทเศษ) ส่วนกลุ่มที่ใช้ประมาณ 300-400 หน่วย เช่น ผู้อาศัยในคอนโดหรือทาวน์เฮาส์ที่เปิดแอร์เฉพาะกลางคืน จะประหยัดได้ประมาณ 10% หรือลดลงจาก 1,700 บาท เหลือประมาณ 1,500 บาท
นอกจากการปรับตัวเลขในบิล นายเอกนัฏ ยังกล่าวถึงยุทธศาสตร์ "ลดต้นทุนถาวร" โดยเตรียมทบทวนยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากระบบ Adder ที่มีราคาสูงเกินจริง เช่น บางแห่งสูงถึง 4 บาท ขณะที่ราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 2 บาทกว่า รวมถึงการเข้าไปจัดการกับ "ค่าพร้อมจ่าย" (Availability Payment) ของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตจริงแต่ยังได้รับเงิน ซึ่งเป็นต้นทุนที่ถูกผลักมาให้ผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนแบบเชิงรุก โดยขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าจากเดิม 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมสนับสนุนทั้งแพ็กเกจเงินดาวน์และดอกเบี้ยต่ำ เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซ LNG นำเข้าที่มีราคาผันผวนตามสถานการณ์โลก
ต่อข้อซักถามเรื่องราคาแผงโซลาร์ ที่อาจพุ่งสูงขึ้นตามความต้องการ นายเอกนัฏ ยันชัดว่า ได้ประสานกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อควบคุมราคาอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่า ปัจจุบันตลาดโซลาร์ทั่วโลกมีสินค้าล้นตลาด การจะมาอ้างว่าของขาดแคลน เพื่อขึ้นราคาในช่วงที่รัฐสนับสนุน เป็นเรื่องที่ไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด และยืนยันว่า โครงการนี้เปิดกว้างเสรี ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนได้เลือกสิ่งที่ดีและถูกที่สุดด้วยตัวเอง
ข่าวล่าสุด