นอกจากนี้ จะเห็นว่าเราทำควบคู่กัน เมื่อมีการกำหนดอัตราค่าไฟใหม่ ให้ผู้ที่ใช้น้อยกว่า 200 หน่วย ได้ใช้ไฟในราคาที่ถูกลงแล้ว เราก็จะมีการส่งเสริมให้ติดแผงโซลาร์ผลิตไฟไว้ใช้เองด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดขั้นตอนหรือทำงานควบคู่กับกระทรวงการคลัง ซึ่งขณะนี้ก็จะหาเงินก้อนสำหรับผ่อนจ่าย ซึ่งอัตราการผ่อนจ่ายก็จะถูกกว่าค่าไฟ
ขณะเดียวกัน จะให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ทั้งภูมิภาคและนครหลวง ไปดูช่องทางติดตั้งโซลาร์สำหรับบ้านที่ไม่มีเงินก้อน หรือไม่อยากไปยุ่งยากหาใครมาติด ก็กำลังให้ไปศึกษาลงทุนและบริการติดโซลาร์ แล้วขายไฟคืนในราคาที่ถูก ซึ่งอยู่ในมติของการประชุมในวันนี้ด้วย คาดว่าใช้เวลาศึกษาไม่นาน
“ติดโซลาร์ไว้ใช้เองต่อไป ไม่มีอันลิมิตอยู่แล้ว ใครอยากติดไว้ใช้เองติดเลย แล้วจะลดขั้นตอนไว้ให้ด้วย จากเดิมที่ต้องขออนุญาตหรือแจ้งหน่วยงานต่างๆ ก็ตัดทั้งหมดออก ให้ไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือนครหลวง ตามมติ ครม.ถ้าติดตั้งโดยไม่เสนอขายไฟ อยากให้เรียบร้อยไม่เกิน 7 วัน แต่ถ้ามีการขายไฟด้วยก็ 30 วัน ซึ่งการขายไฟคืน เดิมก็ไปกดไว้ไม่ให้เกิน 90 เมกะวัตต์ แต่วันนี้มติ กพช. ให้เพิ่มทันที 500 เมกะวัตต์ ถ้าเกินก็ให้ขยายทีละ 500 เมกะวัตต์ต่อไป เป้าหมายคือไม่มีที่สิ้นสุด ติดให้มากเท่าที่จะมากได้ก็ยืมหลังคาของประชาชนเป็นโรงไฟฟ้า ใครที่มีหลังคาก็ให้ทำตัวเหมือนโรงไฟฟ้าโซลาร์ เพราะเรทที่ซื้อ 2.20 บาท ก็ไม่แพ้ที่การไฟฟ้าไปซื้อจากโซลาร์ฟาร์ม“ นายเอกนัฏ กล่าว
เมื่อถามว่า ค่าไฟที่ลดลง ต้องใช้งบเท่าไหร่ หรือเป็นการเจรจากับผู้รับสัมปทานไฟฟ้า นายเอกนัฏ บอกว่า อันนี้เป็นการปรับอัตราค่าไฟ ซึ่งในช่วง 4 เดือนนี้ เกิดวิกฤตตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนค่าไฟสูงขึ้น ก็กำลังคุยกับทั้ง 3 การไฟฟ้า หาวิธีว่าเราจะช่วยชดเชยบรรเทาผลกระทบตรงนี้อย่างไร อาจจะมีการลดราคา หรือนำรายได้มาชดเชย แต่ไม่อยู่ในการประชุม กพช. วันนี้ แต่อยู่ในมติ ครม. ซึ่งจะไปดำเนินการต่อ พร้อมย้ำว่าโครงการนี้จะอยู่ตลอด 4 ปีของรัฐบาล
ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการที่ออกมานี้ เป็นโครงการที่ใช้กับโครงการบ้านพักที่อยู่อาศัย และที่ผ่านมาได้มีการแสดงความเป็นห่วงจากทางสภาอุตสาหกรรม ที่ส่งเรื่องมายังตนถึงผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมรายเล็กจนถึงรายใหญ่ ที่ใช้ปริมาณไฟฟ้ามาก เกรงว่าจะไปเพิ่มการแบกภาระค่าไฟในจุดนี้
ดังนั้นขอทำความเข้าใจว่า 200 หน่วย หรือการใช้ไฟทั้งหมดไม่เกิน 400-500 หน่วย เป็นโครงการที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงาน ได้จัดขึ้นมาให้กับบ้านพักอาศัยเท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการ โรงงาน ร้านค้าต่างๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้ ยังไม่ครอบคลุม จึงไม่ได้เป็นการผลักภาระค่าไฟให้กับผู้ประกอบการที่ใช้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยืนยันว่ายังคงเป็นแบบเดิม ส่วนการเปลี่ยนแปลงจะเป็นโครงสร้างค่าไฟของบ้านพักอาศัย
ทั้งนี้ หากมีบ้านพักหรือที่อยู่อาศัยใด ได้มีการดัดแปลงและไม่ได้ใช้ในวัตถุประสงค์ในการพักอาศัยอย่างเดียว ก็คาดว่าจะประสบปัญหาได้ เช่น การเปิดร้านอาหารในบ้าน มีการใช้ไฟสูงขึ้น ก็จะไม่ได้ประโยชน์กับโครงการนี้ ย้ำว่า ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมยังคงเดิมและไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง