เนชั่นทีวี

ข่าว

"เอกนัฏ" ยันปรับค่าไฟใหม่ช่วยครัวเรือน ไม่กระทบผู้ประกอบการ

29 เม.ย. 2569

"เอกนัฏ" ยันปรับค่าไฟใหม่ช่วยครัวเรือน ไม่กระทบผู้ประกอบการ

”เอกนัฏ“ ย้ำ ปรับค่าไฟอัตราก้าวหน้า เฉพาะบ้านอยู่อาศัยใช้ไฟ 200 หน่วยแรกคิด 3 บาท ช่วยคนใช้ไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน ไม่เกี่ยวผู้ประกอบการ พร้อมเดินหน้าหนุนโซลาร์-ขายไฟคืนไม่อั้น

29 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน พร้อมด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เกี่ยวกับอัตราค่าไฟฟ้าที่มีการปรับขึ้นตามอัตราก้าวหน้า

นายเอกนัฏ ระบุว่า ที่ประชุม กพช. มีมติ 2 เรื่อง คือ 1.การส่งเสริมการติดโซลาร์ หรือการสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้หลังคาบ้านมาผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง ซึ่งจะมีการลดขั้นตอนตามมติคณะรัฐมนตรี ให้สามารถติดตั้งได้เร็วขึ้น ไปใช้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเป็น NonStop สำหรับใครที่ผลิตเกินที่จะใช้ ก็จะรับซื้อคืนในอัตรา 2.20 บาท จะเปิดให้เสนอขายไฟได้ตั้งแต่หลังเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยของเดิมทั่วประเทศจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ 

ซึ่งในการประชุม กพช.ครั้งล่าสุด มีมติที่จะขยายเพิ่มอีกครั้งละ 500 เมกะวัตต์ ซึ่งหากเต็มก็จะขยายเพิ่มอีก โดยที่เราตั้งใจว่าจะส่งเสริมให้มีการติดโซลาร์ผลิตไฟไปใช้เอง และผลิตไปไว้สำหรับขายคืนเข้าระบบมากที่สุดเท่าที่ได้ จะไม่มีข้อจำกัดเดิมที่เมื่อสมัครแล้ว จะติดอยู่ที่ 90 เมกะวัตต์

"เอกนัฏ" ยันปรับค่าไฟใหม่ช่วยครัวเรือน ไม่กระทบผู้ประกอบการ

2. การปรับอัตราค่าไฟตามมติของคณะรัฐมนตรี สำหรับผู้ใช้ 200 หน่วยแรก เฉพาะบ้านอยู่อาศัย ไม่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม ที่จดเป็นประเภทผู้ใช้ไฟกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งนี่จะเป็นการปรับอัตราค่าไฟในรูปแบบของอัตราก้าวหน้า โดยบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้ใช้ไฟ 200 หน่วยแรก จะจ่ายในอัตรา 3 บาท 

ซึ่งจากการคาดการณ์ที่เราคำนวณแล้ว ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการปรับอัตราให้ 200 หน่วยแรกต่ำกว่า 3 บาท คือผู้ใช้ไฟต่อเดือนไม่เกินประมาณ 500 หน่วย หรือคิดเป็นเงินค่าไฟต่อเดือนประมาณ 2,200 บาท ยืนยันว่าจากการคาดคำนวณสำหรับผู้ใช้ไฟที่ใช้น้อยกว่า 500 หน่วยต่อเดือน จะได้ใช้ไฟราคาที่ถูกลง 

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า จากที่ติดตามข่าวสาร และเข้าใจว่ามีข้อสงสัย รวมถึงอาจมีการเข้าใจผิดกรณีที่บอกว่าเป็นการให้โรงงานอุตสาหกรรม ร้านค้า ร้านอาหาร มาแบกค่าไฟของผู้อยู่อาศัย ซึ่งไม่จริง นี่เป็นการคำนวณเฉพาะบ้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น และหลายคนมีการปล่อยอัตราค่าไฟใหม่ อาจไปเข้าใจผิดว่าเป็นการคิดคำนวณในลักษณะของการเหมาจ่าย ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นอัตราก้าวหน้า แต่ต้องมาคำนวณค่าเฉลี่ย ซึ่งเมื่อเราคาดการณ์แล้วผู้ที่ได้รับประโยชน์จากอัตราค่าไฟ ไม่ใช่แค่ผู้ที่ใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วยเท่านั้น แต่จะเป็นผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วย ซึ่งจะครอบคลุมเกิน 90% ของครัวเรือนทั้งประเทศ ประมาณ 21 ล้านครัวเรือน 

“เราคิดตามอัตราก้าวหน้าเหมือนภาษี ซึ่งก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าไปดูในบิลค่าไฟก็คิดเป็นอัตราก้าวหน้าอยู่แล้ว ราคาที่เราใช้มา 20 ปีมาแล้ว ตอนนี้มีการปรับให้สอดคล้องกับบริบทชีวิตประจำวัน ตอนนี้เป็นการปรับขั้นบันได” นายเอกนัฏ กล่าว

นอกจากนี้ จะเห็นว่าเราทำควบคู่กัน เมื่อมีการกำหนดอัตราค่าไฟใหม่ ให้ผู้ที่ใช้น้อยกว่า 200 หน่วย ได้ใช้ไฟในราคาที่ถูกลงแล้ว เราก็จะมีการส่งเสริมให้ติดแผงโซลาร์ผลิตไฟไว้ใช้เองด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดขั้นตอนหรือทำงานควบคู่กับกระทรวงการคลัง ซึ่งขณะนี้ก็จะหาเงินก้อนสำหรับผ่อนจ่าย ซึ่งอัตราการผ่อนจ่ายก็จะถูกกว่าค่าไฟ

ขณะเดียวกัน จะให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ทั้งภูมิภาคและนครหลวง ไปดูช่องทางติดตั้งโซลาร์สำหรับบ้านที่ไม่มีเงินก้อน หรือไม่อยากไปยุ่งยากหาใครมาติด ก็กำลังให้ไปศึกษาลงทุนและบริการติดโซลาร์ แล้วขายไฟคืนในราคาที่ถูก ซึ่งอยู่ในมติของการประชุมในวันนี้ด้วย คาดว่าใช้เวลาศึกษาไม่นาน

“ติดโซลาร์ไว้ใช้เองต่อไป ไม่มีอันลิมิตอยู่แล้ว ใครอยากติดไว้ใช้เองติดเลย แล้วจะลดขั้นตอนไว้ให้ด้วย จากเดิมที่ต้องขออนุญาตหรือแจ้งหน่วยงานต่างๆ ก็ตัดทั้งหมดออก ให้ไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือนครหลวง ตามมติ ครม.ถ้าติดตั้งโดยไม่เสนอขายไฟ อยากให้เรียบร้อยไม่เกิน 7 วัน แต่ถ้ามีการขายไฟด้วยก็ 30 วัน ซึ่งการขายไฟคืน เดิมก็ไปกดไว้ไม่ให้เกิน 90 เมกะวัตต์ แต่วันนี้มติ กพช. ให้เพิ่มทันที 500 เมกะวัตต์ ถ้าเกินก็ให้ขยายทีละ 500 เมกะวัตต์ต่อไป เป้าหมายคือไม่มีที่สิ้นสุด ติดให้มากเท่าที่จะมากได้ก็ยืมหลังคาของประชาชนเป็นโรงไฟฟ้า ใครที่มีหลังคาก็ให้ทำตัวเหมือนโรงไฟฟ้าโซลาร์ เพราะเรทที่ซื้อ 2.20 บาท ก็ไม่แพ้ที่การไฟฟ้าไปซื้อจากโซลาร์ฟาร์ม“ นายเอกนัฏ กล่าว

เมื่อถามว่า ค่าไฟที่ลดลง ต้องใช้งบเท่าไหร่ หรือเป็นการเจรจากับผู้รับสัมปทานไฟฟ้า นายเอกนัฏ บอกว่า อันนี้เป็นการปรับอัตราค่าไฟ ซึ่งในช่วง 4 เดือนนี้ เกิดวิกฤตตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนค่าไฟสูงขึ้น ก็กำลังคุยกับทั้ง 3 การไฟฟ้า หาวิธีว่าเราจะช่วยชดเชยบรรเทาผลกระทบตรงนี้อย่างไร อาจจะมีการลดราคา หรือนำรายได้มาชดเชย แต่ไม่อยู่ในการประชุม กพช. วันนี้ แต่อยู่ในมติ ครม. ซึ่งจะไปดำเนินการต่อ พร้อมย้ำว่าโครงการนี้จะอยู่ตลอด 4 ปีของรัฐบาล

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการที่ออกมานี้ เป็นโครงการที่ใช้กับโครงการบ้านพักที่อยู่อาศัย และที่ผ่านมาได้มีการแสดงความเป็นห่วงจากทางสภาอุตสาหกรรม ที่ส่งเรื่องมายังตนถึงผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมรายเล็กจนถึงรายใหญ่ ที่ใช้ปริมาณไฟฟ้ามาก เกรงว่าจะไปเพิ่มการแบกภาระค่าไฟในจุดนี้ 

ดังนั้นขอทำความเข้าใจว่า 200 หน่วย หรือการใช้ไฟทั้งหมดไม่เกิน 400-500 หน่วย เป็นโครงการที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงาน ได้จัดขึ้นมาให้กับบ้านพักอาศัยเท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการ โรงงาน ร้านค้าต่างๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้ ยังไม่ครอบคลุม จึงไม่ได้เป็นการผลักภาระค่าไฟให้กับผู้ประกอบการที่ใช้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยืนยันว่ายังคงเป็นแบบเดิม ส่วนการเปลี่ยนแปลงจะเป็นโครงสร้างค่าไฟของบ้านพักอาศัย 

ทั้งนี้ หากมีบ้านพักหรือที่อยู่อาศัยใด ได้มีการดัดแปลงและไม่ได้ใช้ในวัตถุประสงค์ในการพักอาศัยอย่างเดียว ก็คาดว่าจะประสบปัญหาได้ เช่น การเปิดร้านอาหารในบ้าน มีการใช้ไฟสูงขึ้น ก็จะไม่ได้ประโยชน์กับโครงการนี้ ย้ำว่า ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมยังคงเดิมและไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง