หากเทียบ ครม.เศรษฐา ทวีสิน/เเพทองธาร ชินวัตร นั้น พบว่า มีการเเบ่งเเท่งโควต้า ครม.ให้พรรคร่วมรัฐบาลตามกระทรวงที่หารือกันไว้ตามสายงาน เเละขึ้นตรงกับรองนายกฯที่เป็นเบอร์ 1 ของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพบว่าค่ายสีเเดงชวนคนนอกมาร่วมงานน้อยมาก
คราวนั้น จะพบว่ากระทรวงหนึ่งๆ เเทบจะไม่มี รมต.ของพรรคอื่นไปร่วมเลย
รอบนี้ ครม.หนู1 ก็ยังยึดเเนวทางนั้น เพียงเเต่ รมต.คนนอกที่เป็นเทคโนเเครต/ข้าราชการ/นักธุรกิจที่มีผลงาน/ภาพลักษณ์ดี จะมานั่งกระทรวงหลักๆเเทน ราว 8 -10 คน ตามการทาบทามของเสี่ยหนู (หั่นเก้าอึ้เพิ่มของพรรคสีน้ำเงินไปให้ เพราะพรรค ภท.ได้สิทธิ 16 เก้าอี้เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา171 ได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน รวมคณะรัฐมนตรีทั้งคณะไม่เกิน 36 คน)
ช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมาจะพบว่า “มีเเหล่งข่าวของพรรค ภท.” ให้ข่าวกับผู้สื่อข่าวนำร่องไปก่อนว่า “เสี่ยหนูทาบทามคนนั้นคนนี้มาร่วมงานช่วยชาติ “ จากนั้นปรากฏภาพ “เสี่ยหนู” เชิญบุคคลเหล่านั้นมาหารือเเละเจรจาทาบทามจริง ! ”
การขยับดังกล่าวอ่านหมากได้ว่า ภท.สร้างกระเเสข่าวเพื่อนำร่องสร้างคะเเนนนิยมว่า ภท.ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก เเละสรรหาบุคคลคุณภาพนอกวงการการเมืองมาช่วยงานในสี่เดือนนี้ ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการยุบสภา!?!
พิจารณาให้ถึงเเก่นเเท้ มีนัยสำคัญ สามารถถอดความได้ว่า ขั้วสีน้ำเงิน โยนชื่อว่าที่รมต.น้ำดีหลายคนไปนำร่องเพื่อกลบข่าวโควต้า ครม.พรรคร่วมรัฐบาลที่จะเสนอชื่อว่าที่รมต.มาร่วมงาน เเละพบว่าบางรายชื่อเครดิตอาจไม่ค่อยบวกนักในสายตาสังคมอีกทั้งบางรายชื่อมีปัญหาส่อขัดจริยธรรมฯ
อย่าลืมบทเรียนเมื่อ ปี 2538 ปรากฏว่า สส.กลุ่ม 16 เคยโดนกระเเสสังคมไม่ยอมรับมาก่อนในช่วงที่ สส.กลุ่ม16ไปทำงานที่พรรคชาติไทยเเละส่งมังกรเมืองสุพรรณขึ้นเเท่น สร.1 คนที่ 21 เเละยังควบตำเเหน่ง มท.1 กั้นไม่ให้ เสนาะ เทียนทอง / วัฒนา อัศวเหม ที่ชิงเก้าอี้นึ้สมหวัง
ครั้งนั้นรายชื่อว่าที่ ครม.บรรหาร 1 ปลิวว่อนตามหน้าหนังสือพิมพ์ออกมาก่อนจนสังคมร้องยี้กับภาพลักษณ์ ครม.บรรหาร เเละเนวินคือหนึ่งใน ครม.เต้าหู้ยี้....คราวนั้น
ดังนั้น เกมการทยอยโยนชื่อ ครม.คนนอกออกมานำร่องก่อนรายชื่อ ครม.พรรคการเมืองที่มาถึงมือ “เสี่ยหนู” นััน เกมนี้ส่งเเต้มบวกให้ “เสี่ยหนู” พอตัวเเละยังพบว่านโยบายรัฐบาลเร่งด่วนทึ่โดนใจสังคม เช่น โครงการคนละครึ่งเวอร์ชั่นสอง ถูกปล่อยข่าวนำร่องโดยเสียงส่วนใหญ่ออกมาตอบรับมากกว่าปฏิเสธ
ถือว่าเกมนี้กลบผลงาน ครม.พรรคเพื่อไทยที่เคยฟุ้งไว้ในการฟื้นเศรษฐกิจว่า พท.คือมืออาชีพตัวจริง!?!
ดังนั้นการวางหมากดังกล่าว ยอมรับว่าครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงินเเละเสี่ยหนูตีโจทย์เเตก คว้าเเต้มนำไปก่อน
เเม้พรรคสีเเดงที่ตอนนี้ เป็นฝ่ายค้านเต็มตัวพยายามชี้จุดอ่อนของ ครม.เสี่ยหนูหลายจังหวะ โดยเฉพาะเเผลฮั้ว สว.-เขากระโดง เเต่คล้ายไม่ค่อยได้ผล
เหตุที่เเผลใหญ่ค่ายสีเเดงเคยฟุ้งไว้ว่า “คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” กับเเคมเปญพรรคเพื่อไทย ”คิดใหญ่ ทำเป็น“ ในสองปีที่ผ่านมารูดม่านจบไปเเบบดื้อๆ โดยที่สังคมไม่เเฮปปึ้ หากเทียบกับการให้ข่าวนโยบายรัฐบาล / ว่าที่ รมต.บนรัฐนาวาลำปัจจุบันที่พรรค ภท.โยนออกมานำร่องนั้น เเม้ ”เสี่ยหนู” จะคว้าเเต้มนำไปก่อนในเชิงจิตวิทยา เเต่ต้องดูว่ารมต.ทั้งหลายจะทำงานได้ดั่งที่ “เสี่ยหนู” รับประกันหรือไม่
เวลาข้างหน้าคือคำตอบ...