รายงานผลสำรวจล่าสุดจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับนิด้าโพล ซึ่งสอบถามครัวเรือนที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 1,227 ครัวเรือนทั่วประเทศในเดือนมิถุนายน 2569 ชี้ให้เห็นภาพชัดเจนว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นไม่ได้กระทบแค่กระเป๋าเงินผู้ใหญ่ แต่ลามไปถึงโภชนาการ การเรียน และสุขภาพจิตของเด็กด้วย
🔵[85% ของครัวเรือนต้องปรับตัวสุดขีด]
ตัวเลขที่น่าตกใจคือ ร้อยละ 85.17 ของครัวเรือนไทยต้องดำเนินมาตรการปรับตัวอย่างรุนแรงเพื่อรับมือค่าครองชีพ ไล่ตั้งแต่ลดค่าอาหาร (57.89%) ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น (57.32%) ไปจนถึงดึงเงินออมออกมาใช้ (15.12%) และบางส่วนถึงขั้นกู้ยืมหรือนำทรัพย์สินไปจำนำ (12.73%)
ที่น่าสนใจคือภาคใต้ (95.78%) และกรุงเทพฯ (95.62%) ปรับตัวหนักที่สุด สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่กระจายไปทั่วประเทศ
🔵[ความช่วยเหลือมีจริง แต่ไปไม่ถึงทุกที่]
แม้ภาพรวมจะมีครัวเรือนถึงร้อยละ 57.62 ที่ได้รับความช่วยเหลือ และในจำนวนนี้ร้อยละ 96.61 มาจากภาครัฐ แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในระดับภูมิภาค กลับพบความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน
กรุงเทพมหานครได้รับความช่วยเหลือสูงถึงร้อยละ 97.08 ขณะที่ ภาคเหนือกลับเป็นภูมิภาคที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือสูงที่สุดถึงร้อยละ 79.82 ทั้งที่ข้อมูลในรายงานเดียวกันชี้ว่า ภาคเหนือมีสัดส่วนรายได้ลดลงสูงถึง 50.22% และมีความกังวลต่ออนาคตสูงที่สุดในประเทศถึงร้อยละ 40.36
คำถามคือ เหตุใดพื้นที่ที่กังวลมากที่สุดกลับเป็นพื้นที่ที่เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือมากที่สุด?