เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: จับตาปรากฏการณ์ "ศุภจี x พิมรี่พาย" ไลฟ์สดขายทุเรียน 1 ล้านลูก ส่งตรงจากหน้าสวน ช่วยเกษตรชาวจันทบุรี

27 เม.ย. 2569

STORY: จับตาปรากฏการณ์ "ศุภจี x พิมรี่พาย" ไลฟ์สดขายทุเรียน 1 ล้านลูก ส่งตรงจากหน้าสวน ช่วยเกษตรชาวจันทบุรี

เมื่อรองนายกฯ จับมือแม่ค้าออนไลน์อันดับ 1 ของไทย — นี่คือแค่การขายทุเรียน หรือสัญญาณใหญ่ว่าการค้าเกษตรไทยกำลังเปลี่ยนโฉมตลอดกาล?

ทุเรียนลูกละ 100 บาท ส่งตรงจากสวนถึงบ้าน

ฟังดูเหมือนฝัน แต่กำลังจะเป็นจริงในวันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.)

 

เมื่อ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดึง "พิมรี่พาย" อินฟลูเอนเซอร์-แม่ค้าออนไลน์ที่มีคนติดตามหลายสิบล้านคน มาร่วมไลฟ์สดขายทุเรียนตรงจากหน้าสวน พร้อมตั้งเป้าหมายที่ฟังแล้วต้องหยุดคิด — 1 ล้านลูก

 

🔵 [จุดเริ่มต้น: เมื่อรัฐมนตรีกระโดดเข้าไลฟ์สดกับอินฟลูจีน]

ย้อนกลับไปเพียง 3 วันก่อน วันที่ 25 เมษายน ที่จังหวัดจันทบุรี นางศุภจีไม่ได้เพียงแค่นั่งประชุม แต่เลือกไปร่วมไลฟ์สดกับ KOL จีน "เยี่ยน กงจู่ เยี่ยน เจินเสี่ยน" ผู้มีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคนบนแพลตฟอร์ม "ซื่อผิ่นฮ่าว" นานถึง 3 ชั่วโมงเต็ม

 

ผลลัพธ์? มีชาวจีนติดตามชมพร้อมกันกว่า 1.5 แสนราย และมีคำสั่งซื้อทันทีรวม 15 ล้านบาท

 

ภายในวันเดียวกันนั้น รองนายกฯ ยังปล่อยคาราวานตู้คอนเทนเนอร์ทุเรียนกว่า 100 ตัน มุ่งหน้าสู่ตลาดจีน สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แค่การโปรโมตเชิงสัญลักษณ์ แต่คือเครื่องจักรขายของที่กำลังเดินเต็มสูบ

 

แล้วเหตุใดความสำเร็จในตลาดจีนจึงยังไม่พอ?

🔵 [ทำไมต้องพิมรี่พาย? เมื่อรัฐต้องการ "ตัวแม่" แห่งตลาดในประเทศ]

คำตอบอยู่ที่ตัวเลข — ปี 2569 ผลผลิตทุเรียนไทยทั้งประเทศคาดว่าจะแตะ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน เมื่อของมีมาก ทางออกจึงต้องมีสองด้านพร้อมกัน: ส่งออกให้มาก และขายในประเทศให้เร็ว

 

นั่นคือจังหวะที่ "พิมรี่พาย" เดินเข้ามาในภาพพอดี

 

เธอคือแม่ค้าออนไลน์ที่ไม่ใช่แค่ขายของเก่ง แต่เป็น ปรากฏการณ์ทางการตลาดที่วัดผลได้ชัดเจน — เคยทำยอดขาย 100 ล้านบาทใน 10 นาที จากการขายกล่องสุ่ม และทำรายได้ 34 ล้านบาทใน 2 ชั่วโมง บน Shopee Live เมื่อปี 2567 การไลฟ์ปกติของเธอยาวประมาณ 8 ชั่วโมง และมักทำรายได้แตะหลัก 100 ล้านบาท

 

บทสนทนาที่พิมรี่พายเผยแพร่สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่ใช่ดีลธุรกิจธรรมดา แต่มีแรงขับเคลื่อนจากความรู้สึกอยากช่วย

 

ศุภจี: "หนูต้องช่วยเกษตรกรไทยนะลูก"

พิมรี่: "พิมจะไปเข้าสวนวันนี้เลยค่ะ"

ศุภจี: "หนูดูราคา แม่ดูคุณภาพนะคะ"

 

ประโยคสั้น ๆ เหล่านี้กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลทันที สร้างกระแสรอคอยก่อนไลฟ์จะเริ่มด้วยซ้ำ

🔵 [ทำไมถึงเป็น TikTok? กระทรวงพาณิชย์กำลังเดิมพันกับแพลตฟอร์มใด]

เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ลงนาม MOU กับ TikTok Technologies Ltd. อย่างเป็นทางการ เพื่อใช้ TikTok Shop และ Live Commerce เป็นช่องทางหลักในการกระจายสินค้าเกษตรสู่ผู้บริโภค

 

ทำไม TikTok ถึงถูกเลือก?

 

เพราะ TikTok Shop ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มบันเทิง แต่คือตลาดที่ผู้ดูกลายเป็นผู้ซื้อได้ในคลิกเดียว กลุ่มผู้ใช้งานในไทยมีอายุเฉลี่ย 18-35 ปี ที่มีพฤติกรรม ตัดสินใจซื้อจากไลฟ์สดโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนค้นหาสินค้าแบบเดิม

 

นางศุภจีระบุชัดว่า "Live Commerce จะช่วยให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้อย่างชัดเจน"

 

โมเดลนี้ยังตัดพ่อค้าคนกลางออกไปจากสมการ — ทุเรียนจากสวน → ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ราคาลูกละ 100 บาท พร้อมเป้าหมาย 1 ล้านลูก ในครั้งเดียว ซึ่งถ้าทำได้ นั่นหมายถึงเงินเข้ากระเป๋าเกษตรกรโดยตรง 100 ล้านบาท

 

แต่อีกมุมมองหนึ่ง ชาวสวนทุเรียนก็ออกมาส่งเสียงว่านี่จะเป็นการทำลายกลไกราคาทุเรียนหรือไม่ เพราะเมื่อดูต้นทุนแล้วยังไงก็ลูกละมากกว่า 100 บาท

 

🔵 [เกษตรกรไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน]

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่แค่การขายทุเรียน แต่คือการทดลองสูตรใหม่ของการค้าเกษตรยุคดิจิทัล

 

กระทรวงพาณิชย์วางแผนให้ อินฟลูเอนเซอร์ลงพื้นที่จริง คัดทุเรียนด้วยตัวเอง ตัดสด และถ่ายทอดสดกระบวนการทั้งหมดให้ผู้บริโภคเห็น ภายใต้แนวคิด "From Farm to Table" ที่ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือระบบที่สร้างความเชื่อมั่นได้จริง

 

ควบคู่กันนั้น กระทรวงยังมีแผนถ่ายทอดทักษะการขายออนไลน์และการสร้างคอนเทนต์ให้เกษตรกรโดยตรง เพื่อให้พวกเขาสามารถ ต่อยอดช่องทางจำหน่ายของตัวเองได้ในระยะยาว ไม่ต้องรอพึ่งพาอินฟลูเอนเซอร์ตลอดไป

 

ในปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกทุเรียนสดมูลค่ากว่า 125,737 ล้านบาท และในช่วงแค่ไตรมาสแรกของปี 2569 ยอดส่งออกพุ่งสูงขึ้นถึง 181% เมื่อเทียบกับปีก่อน — ตัวเลขเหล่านี้บอกว่าโลกยังหิวทุเรียนไทย และไทยกำลังเร่งป้อนให้ทันความต้องการ

 

ก่อนที่ไลฟ์สดพรุ่งนี้จะเริ่มต้นขึ้น ลองนึกถึงภาพเกษตรกรในสวนที่กำลังรอดูว่าทุเรียนของพวกเขาจะขายออกหรือเปล่า

 

ถ้าโมเดล "รัฐ x อินฟลูเอนเซอร์ x Live Commerce" นี้ได้ผลกับทุเรียน มันจะเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรไทยในยุคถัดไปได้แค่ไหน? และคุณคิดว่าเกษตรกรไทยรุ่นต่อไปควรเรียนรู้การขายออนไลน์ควบคู่กับการปลูกพืชไปเลยหรือเปล่า?