เนชั่นทีวี

Nation Story

วิจัยยัน! แค่ “นั่งสมาธิ” ต่อเนื่องส่งผล “สุขภาพดี” ได้?

10 มิ.ย. 2569 | ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช

วิจัยยัน! แค่ “นั่งสมาธิ” ต่อเนื่องส่งผล “สุขภาพดี” ได้?

แค่ “นั่งสมาธิต่อเนื่อง 7 วัน” สุขภาพคุณจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพูดลอยๆ แบบนี้อาจจะฟังดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่ถ้ามี “งานวิจัย” มายืนยัน คงจะพอทำให้เรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นใช่ไหมคะ?

แค่ “นั่งสมาธิต่อเนื่อง 7 วัน” สุขภาพคุณจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพูดลอยๆ แบบนี้อาจจะฟังดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่ถ้ามี “งานวิจัย” มายืนยัน คงจะพอทำให้เรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นใช่ไหมคะ?

KEY

POINTS

  • งานวิจัยพบว่าการฝึกสมาธิต่อเนื่องเพียง 7 วัน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้จริงต่อสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน และการเผาผลาญพลังงาน
  • การนั่งสมาธิช่วยลดการทำงานของสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคิดฟุ้งซ่าน และเพิ่มความสามารถของสมองในการสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทใหม่ (Neuroplasticity)
  • ผลการวิจัยยังพบว่าระดับสารระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและรับมือกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้น

ล่าสุดมีงานวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ในสหรัฐฯ ที่อาจทำให้หลายคนหันมาใส่ใจเรื่อง “การนั่งสมาธิ” มากขึ้น เพราะผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Biology พบว่า “การฝึกสมาธิ” และกิจกรรมเชื่อมโยงกาย-ใจอย่างต่อเนื่องเพียง 7 วัน สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจวัดได้จริง ทั้งในสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญพลังงาน และระบบบรรเทาความเจ็บปวดตามธรรมชาติของร่างกาย

 

พูดง่ายๆ คือสิ่งที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเรื่อง “ทางใจ” อาจส่งผลถึง “ชีววิทยาของร่างกาย” ได้จริง!

 

ทีมวิจัยติดตามอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 20 คน ที่เข้าร่วมคอร์สฝึกสมาธิแบบเข้าค่าย 7 วัน ตลอดสัปดาห์นั้น ผู้เข้าร่วมฝึกสมาธิรวมกว่า 33 ชั่วโมง ร่วมกับการบรรยายด้านประสาทวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมกลุ่มที่เน้นการเยียวยากายและใจ

ก่อนและหลังเข้าค่าย นักวิจัยนำอาสาสมัครไปสแกนสมองด้วยเครื่อง fMRI พร้อมเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจการเปลี่ยนแปลงของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ผลที่ได้ค่อนข้างน่าสนใจ

 

หลังจบโปรแกรม “สมอง” ของผู้เข้าร่วมมีการทำงานลดลงในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับ “เสียงพูดในหัว” หรือการคิดฟุ้งซ่านตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ประสบอยู่ทุกวัน ลองนึกภาพตอนที่เรากำลังอาบน้ำ แต่คิดเรื่องงาน กำลังกินข้าว แต่คิดถึงปัญหาที่บ้าน กำลังจะนอน แต่สมองคิดต่อไม่เลิก

 

นักวิจัยมองว่าการลดกิจกรรมเหล่านี้ อาจสะท้อนว่าสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้พลังงานน้อยลงกับความคิดที่ไม่จำเป็น

แต่สิ่งที่ทำให้ทีมวิจัยประหลาดใจยิ่งกว่าคือ...การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดแค่ในสมอง เมื่อพวกเขานำพลาสมาในเลือดของอาสาสมัครหลังจบค่ายไปทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่ามันสามารถกระตุ้นการสร้างการเชื่อมต่อใหม่ของเซลล์ประสาทได้ดีขึ้น หรือที่เรียกว่า Neuroplasticity ซึ่งเป็นความสามารถของสมองในการเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างเส้นทางประสาทใหม่ๆ

 

หลังฝึกสมาธิ สมองดูเหมือนจะ “ยืดหยุ่น” และพร้อมเรียนรู้มากขึ้น นอกจากนี้ยังพบการเปลี่ยนแปลงด้านการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ รวมถึงระดับสารกลุ่ม Endogenous Opioids หรือสารระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกายที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งอาจช่วยอธิบายว่าทำไมบางคนรู้สึกผ่อนคลาย สงบ หรือรับมือกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้นหลังฝึกสมาธิเป็นเวลานาน

 

อีกประเด็นที่น่าสนใจมากคือ นักวิจัยพบรูปแบบการเชื่อมต่อของสมองบางส่วนที่คล้ายกับสิ่งที่เคยพบในผู้ที่ได้รับสารไซคีเดลิก เช่น Psilocybin หรือสารที่อยู่ในเห็ดเมาบางชนิด ไม่ได้หมายความว่านั่งสมาธิแล้วจะเห็นภาพหลอนนะคะ! แต่หมายถึง สมองอาจเข้าสู่ภาวะที่มีการรับรู้โลกและตัวเองแตกต่างจากปกติ คล้ายกับประสบการณ์ที่หลายคนเรียกว่า “ความสงบลึก” หรือ “ภาวะตื่นรู้” ค่ะ

 

แต่แม้ผลลัพธ์จะน่าสนใจมาก การศึกษานี้มีอาสาสมัครเพียง 20 คน และไม่มีการเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม

 

ดังนั้นนักวิจัยเองก็ย้ำว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ 100% ว่า “สมาธิเพียงอย่างเดียว” เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่พบ อาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การพักผ่อน การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบ ความคาดหวังของผู้เข้าร่วม หรือพลังของการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นค่ะ

 

แต่อย่างน้อยกลุ่มทดลอง 20 คนนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นว่าการดูแลสุขภาพ อาจไม่ได้เริ่มจากการกินอาหารเสริมราคาแพง หรืออุปกรณ์ไฮเทคเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการให้สมองได้พักจากความวุ่นวายด้วยการ     “นั่งสมาธิ” แค่วันละไม่กี่นาทีก็ได้ ลองดูก็ไม่เสียหายนะคะ!

 

อ้างอิง https://www.euronews.com/health/2026/04/08/just-seven-days-of-meditation-can-rewire-your-brain-study-suggests