แต่สิ่งที่ทำให้ทีมวิจัยประหลาดใจยิ่งกว่าคือ...การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดแค่ในสมอง เมื่อพวกเขานำพลาสมาในเลือดของอาสาสมัครหลังจบค่ายไปทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่ามันสามารถกระตุ้นการสร้างการเชื่อมต่อใหม่ของเซลล์ประสาทได้ดีขึ้น หรือที่เรียกว่า Neuroplasticity ซึ่งเป็นความสามารถของสมองในการเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างเส้นทางประสาทใหม่ๆ
หลังฝึกสมาธิ สมองดูเหมือนจะ “ยืดหยุ่น” และพร้อมเรียนรู้มากขึ้น นอกจากนี้ยังพบการเปลี่ยนแปลงด้านการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ รวมถึงระดับสารกลุ่ม Endogenous Opioids หรือสารระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกายที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งอาจช่วยอธิบายว่าทำไมบางคนรู้สึกผ่อนคลาย สงบ หรือรับมือกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้นหลังฝึกสมาธิเป็นเวลานาน
อีกประเด็นที่น่าสนใจมากคือ นักวิจัยพบรูปแบบการเชื่อมต่อของสมองบางส่วนที่คล้ายกับสิ่งที่เคยพบในผู้ที่ได้รับสารไซคีเดลิก เช่น Psilocybin หรือสารที่อยู่ในเห็ดเมาบางชนิด ไม่ได้หมายความว่านั่งสมาธิแล้วจะเห็นภาพหลอนนะคะ! แต่หมายถึง สมองอาจเข้าสู่ภาวะที่มีการรับรู้โลกและตัวเองแตกต่างจากปกติ คล้ายกับประสบการณ์ที่หลายคนเรียกว่า “ความสงบลึก” หรือ “ภาวะตื่นรู้” ค่ะ
แต่แม้ผลลัพธ์จะน่าสนใจมาก การศึกษานี้มีอาสาสมัครเพียง 20 คน และไม่มีการเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม
ดังนั้นนักวิจัยเองก็ย้ำว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ 100% ว่า “สมาธิเพียงอย่างเดียว” เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่พบ อาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การพักผ่อน การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบ ความคาดหวังของผู้เข้าร่วม หรือพลังของการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นค่ะ
แต่อย่างน้อยกลุ่มทดลอง 20 คนนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นว่าการดูแลสุขภาพ อาจไม่ได้เริ่มจากการกินอาหารเสริมราคาแพง หรืออุปกรณ์ไฮเทคเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการให้สมองได้พักจากความวุ่นวายด้วยการ “นั่งสมาธิ” แค่วันละไม่กี่นาทีก็ได้ ลองดูก็ไม่เสียหายนะคะ!
อ้างอิง https://www.euronews.com/health/2026/04/08/just-seven-days-of-meditation-can-rewire-your-brain-study-suggests