กรรมการและกลุ่มผู้ก่อตั้งบริษัทแห่งนี้ เป็นชาวยิว หรือชาวอิสราเอล ซึ่งได้สัญชาติไทย คนกลุ่มนี้ไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบริษัทอื่นๆ ในประเทศไทยอีกอย่างน้อย 25 บริษัท มีรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 4,000 ล้านบาท
โดย บริษัท กาน ชาบาด เป็นผู้ซื้อที่ดินสร้างสุสานชาวยิว ที่อำเภอบางคล้า ส่วนบริษัทในเครือข่าย ประกอบธุรกิจหลากหลาย เช่น ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารของชาวยิว ชื่อ เดอะ โคเชอร์ เพลส (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งคำว่า “โคเชอร์” ก็เป็นชื่ออาหารของคนยิว นอกจากนั้นก็มีบริษัททัวร์ โดยกิจการส่วนใหญ่เปิดมารองรับชาวยิวที่เข้ามาท่องเที่ยว มา Rehab (รีแฮบ) หรือฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจหลังสงคราม หรือเจ็บป่วย
อย่างไรก็ดี มีข้อมูลล่าสุดจาก “ผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย” ว่า เครือข่ายของ “กาน ชาบาด” อาจโยงใยกับบริษัทต่างๆ ที่ลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทยมากถึง 40 บริษัท ขณะนี้กำลังประสานกับกระทรวงพาณิชย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ ปปง. ในการตรวจสอบว่า จดทะเบียนจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือว่าใช้ “นอมินี” ในการดำเนินการในส่วนของบริษัทที่เป็นเครือข่าย เพราะในส่วนของ กาน ชาบาด ที่มีลักษณะเป็น “บริษัทแม่” กรรมการผู้มีอำนาจทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย
รู้จัก “แรบไบ โยเซฟ” ผู้นำ “กาน ชาบาด” สัญชาติไทย!
อีกหนึ่งตัวละครสำคัญ นอกจาก บริษัท กาน ชาบาด ที่มีข้อมูลว่า เชื่อมโยงเครือข่ายบริษัทของชาวยิวมากถึง 40 บริษัท เป็นการขยายผลจาก “รายชื่อกรรมการบริษัท” ซึ่งมี 3 คน แต่ละคนอาจมีเครือข่ายธุรกิจเพิ่มเติม ที่ทางมหาดไทยกำลังเร่งตรวจสอบ โดยหนึ่งในกรรมการที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท กาน ชาบาด ก็คือ “แรบไบ โยเซฟ” ผู้นำศาสนายูดาย ซึ่งเป็นศาสนาของชาวยิว หากเจาะจงกว่านั้นก็คือ เป็นผู้นำ “นิกายชาบัด” ในประเทศไทย ชื่อจริงในภาษาไทย คือ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์
แรบไบโยเซฟ เข้ามาพำนักในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2536 รวมเวลากว่า 33 ปี และได้รับการอนุมัติให้แปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทยอย่างถูกต้อง พร้อมกับคนในครอบครัว
หลายคนเข้าใจผิดว่า แรบไบโยเซฟ ได้สัญชาติไทย เพราะสมรสกับหญิงไทย แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นแบบนั้น เนื่องจากภรรยาและลูกๆ ของแรบไบโยเซฟ เป็นชาวยิว แต่เขาได้สัญชาติไทยทั้งครอบครัว ด้วยเหตุผล “ทำคุณประโยชน์ในประเทศไทยเป็นเวลานาน” ส่งผลให้ บริษัท กาน ชาบาด ที่เขาก่อตั้ง และมีลูกชายคนหนึ่งเป็นกรรมการ ก็มีสถานะเป็นบริษัทสัญชาติไทยถูกต้อง ไม่ใช่นอมินี
โดยรายการข่าวข้นคนข่าว เนชั่นทีวี ตรวจสอบข้อมูล พบว่า การขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของคนต่างด้าว เป็นไปตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งมีการระบุหลักเกณฑ์ไว้ค่อนข้างเคร่งครัด เช่น บรรลุนิติภาวะ มีความประพฤติดี มีอาชีพและรายได้ตามเกณฑ์ เช่น เสียภาษีถูกต้องย้อนหลังไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีรายได้ประจำไม่ต่ำกว่า 80,000 บาทต่อเดือน ต้องได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ หรือ Permanent Resident และมีชื่อในทะเบียนบ้านในไทยต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี
แต่เงื่อนไขนี้จะลดความเข้มงวดลง หากสมรสกับหญิงสัญชาติไทย แม้ไม่ได้สัญชาติโดยอัตโนมัติ แต่การยื่นขอจะง่ายขึ้น หลักเกณฑ์จะลดลง รวมถึงทำคุณประโยชน์เป็นพิเศษให้แก่ประเทศไทย และนำเงินมาลงทุนในไทย
งานนี้จึงต้องไปตรวจสอบย้อนหลังว่า แรบไบ โยเซฟ ได้สัญชาติด้วยเหตุผลอะไร และเหตุใดจึงได้ทั้งครอบครัว เพราะการขอแปลงสัญชาติ และการอนุมัติอนุญาต มีคณะกรรมการพิจารณาตามกฎหมายอย่างเป็นขั้นตอน