เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE: "ยูเออี" ถอนตัวโอเปก มีผล 1 พ.ค. ราคาน้ำมันโลกผันผวน สงครามอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลกครั้งใหญ่

29 เม.ย. 2569

ARTICLE: "ยูเออี" ถอนตัวโอเปก มีผล 1 พ.ค. ราคาน้ำมันโลกผันผวน สงครามอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลกครั้งใหญ่

เมื่อยักษ์น้ำมันแห่งอ่าวเปอร์เซียตัดสินใจเดินออกจากบ้านหลังที่อยู่ร่วมกันมากว่า 60 ปี — โอเปกจะยังคุมราคาน้ำมันโลกได้อีกหรือไม่? และคนไทยจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนนี้เมื่อไหร่?

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะ "ถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปก" ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 — หลังจากเป็นสมาชิกมานานกว่า 60 ปี สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับตลาดน้ำมันโลกที่กำลังเผชิญกับสงครามอิหร่านและปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซอยู่พอดี

 

🔵 [ทำไม UAE ถึงตัดสินใจออกจากโอเปก ณ เวลานี้?]

นี่ไม่ใช่การตัดสินใจชั่วข้ามคืน แต่เป็น "ความตึงเครียดที่สะสมมานานหลายปี" ระหว่าง UAE กับซาอุดีอาระเบีย ผู้นำกลุ่ม โดยเฉพาะในประเด็นโควตาการผลิต

 

UAE ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำมัน แต่กลับถูกโอเปกบีบด้วยโควตาที่จำกัด ขณะที่ซาอุฯ ต้องการรักษาราคาน้ำมันให้สูงด้วยการกดอุปทาน ทั้งสองฝ่ายมองเกมไม่ตรงกัน และยิ่งเมื่อมีการแข่งขันแย่งชิงอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลางเข้ามาเสริม ความร้าวฉานก็ลึกขึ้นเรื่อยๆ

 

"นี่คือการตัดสินใจที่เราทำหลังจากการทบทวนยุทธศาสตร์ทั้งหมดอย่างรอบคอบและยาวนาน" ซูฮาอิล อัล มาซรูอี รัฐมนตรีพลังงาน UAE ให้เหตุผล พร้อมเผยว่าสงครามในอิหร่านเปิด "จังหวะ" ที่เหมาะสมที่สุด เพราะตลาดอยู่ในภาวะตึงตัวอยู่แล้ว การออกไปจึง "ไม่ส่งผลกระทบมีนัยสำคัญ"

 

แล้วโอเปกจะสูญเสียแค่ไหน?

🔵 [ยักษ์ตัวที่สามออกไป — โอเปกยังอยู่ได้ไหม?]

UAE คือผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่ม ผลิตน้ำมันสูงถึง 3.64 ล้านบาร์เรลต่อวัน และหลายนักวิเคราะห์เชื่อว่าตัวเลขจริงสูงกว่านั้น การออกไปครั้งนี้ไม่ได้แค่ลดจำนวนสมาชิก — มันลดทอนความสามารถของโอเปกในการ "ควบคุมราคาน้ำมันโลก" ได้โดยตรง

 

"อำนาจต่อตลาดของโอเปกจะหายไป การออกไปของยูเออีจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของกลุ่ม" เกร็ก บรูว์ นักวิเคราะห์จากยูเรเชียกรุ๊ป ประเมินผลที่ตามมา

 

ยิ่งไปกว่านั้น โรบิน มิลส์ ซีอีโอจาก Qamar Energy ในดูไบ เตือนถึงปรากฏการณ์ลูกโซ่ว่า "เราอาจจะได้เห็นคาซัคสถานลาออกเช่นกัน เพราะนั่นคืออีกหนึ่งผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องการขยายกำลังการผลิต" หากเกิดการแห่ออกจริง โอเปกอาจเหลือเพียงเปลือก โดยมีซาอุดีอาระเบียแบกรับภาระดูแลตลาดโลกเพียงลำพัง

 

"สุดท้ายแล้วโอเปกก็คือซาอุดีอาระเบียนั่นเอง" แกรี รอส ที่ปรึกษาด้านน้ำมันระดับโลกสรุปสั้นๆ แต่ตรงประเด็น

🔵 [สงครามอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ : ตัวแปรที่พลิกทุกอย่าง]

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าปัญหา "ช่องแคบฮอร์มุซ" คือตัวเปลี่ยนเกมที่แท้จริง ช่องแคบนี้คือเส้นทางลำเลียงน้ำมันของโลกที่มีน้ำมันไหลผ่านถึง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 10% ของอุปทานน้ำมันโลก เมื่อถูกปิด ผู้ผลิตทั้ง UAE, ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก และคูเวต ต่างต้องลดกำลังการผลิตพร้อมกัน ทำให้โควตาของโอเปกกลายเป็นเรื่องไม่มีความหมาย

 

ในภาวะเช่นนี้ การออกจากโอเปกของ UAE จึง "เจ็บน้อยกว่าปกติ" ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในลอนดอนเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความตึงเครียดของตลาดที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย

 

🔵 [ระยะสั้นอาจสงบ แต่ระยะยาวไม่มีใครการันตีได้]

เดวิด ออกซ์ลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics ชี้ให้เห็นภาพสองด้านที่อาจเกิดขึ้น: หากโอเปกอ่อนแอลงจนไม่สามารถควบคุมอุปทานได้ ราคาน้ำมันเฉลี่ยอาจลดลงในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า แต่ในเวลาเดียวกัน "ราคาน้ำมันจะมีความผันผวนมากขึ้น" เพราะจะไม่มีองค์กรกลางคอยเป็น "กันชน" ดูดซับแรงกระแทกเหมือนที่ผ่านมา

 

และยิ่งน่ากังวลหากเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ประเทศสมาชิกอื่นๆ ตัดสินใจเดินออกตามกัน

 

"สายสัมพันธ์ที่ผูกมัดสมาชิกโอเปกไว้ด้วยกันเริ่มคลายตัวลงแล้ว" ออกซ์ลีย์เตือน

 

🔵 [แล้วไทยจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง?]

สำหรับคนไทย สิ่งที่ควรจับตาคือ "ราคาน้ำมันในอนาคต" ในระยะสั้น ตลาดยังตึงตัวจากสงครามอิหร่านและปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและ UAE เริ่มเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างอิสระ — ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าสามารถเพิ่มได้ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันโลกอาจมีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

โครงสร้างพลังงานโลกที่เราคุ้นเคยมา 6 ทศวรรษกำลังถูกปรับเขียนใหม่ ทีละหน้า

 

ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าคิดต่อคือ หากโอเปกอ่อนแอลงจนไม่สามารถทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมันได้อีกต่อไป โลกของเราพร้อมแค่ไหนกับราคาพลังงานที่ผันผวนหนักและคาดเดาได้ยากขึ้น?

 

และสำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด — ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องจริงจังกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของตัวเอง?