รู้จัก ‘Girl with a Pearl Earring’ หนึ่งในภาพวาดพอตเทรตที่งดงามที่สุด
07 ธ.ค. 2566
Girl with a Pearl Earring (1665) ผลงานชิ้นเอกของ โยฮันเนส เวอร์เมียร์ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นภาพวาดบุคคลที่งดงามที่สุดภาพหนึ่งเคียงคู่กับภาพ Mona Lisa ทว่าเทคนิคที่ใช้วาดภาพนี้ยังคงเป็นปริศนา
ในตอนที่แล้วเราเล่าถึงผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดเรื่องราวอันโหดร้ายน่าสะเทือนใจเกี่ยวกับสงครามและความรุนแรง ในตอนนี้เลยขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสวยงามเจริญตาเจริญใจกันบ้าง คราวนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภาพวาดพอตเทรต (portrait) หรือภาพวาดบุคคลที่ถือได้ว่างดงามที่สุดภาพหนึ่งในโลก ภาพวาดนี้มีชื่อว่า Girl with a Pearl Earring (1665)
การทดลองเหล่านี้เองที่เปิดเผยชิ้นส่วนของปริศนาในกระบวนการทำงานของเวอร์เมียร์ ซึ่งบังเอิญไปพ้องกับกระบวนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า ภาพวาดของเวอร์เมียร์ประกอบด้วยชั้นสีเพียงไม่กี่ชั้นเท่านั้น ดังเช่นในภาพ Girl with a Pearl Earring ซึ่งมีเพียงแค่สี่ชั้นสี และชั้นสีชั้นแรกสุดเป็นอะไรที่น่าสนใจที่สุด เพราะมันไม่ใช่ลักษณะของการร่างด้วยลายเส้น หากแต่เป็นการขึ้นโครงด้วยองค์ประกอบของรูปทรงมากกว่า ซึ่งแตกต่างจากศิลปินทั่วไป (ที่วาดภาพจากการเล็งด้วยสายตาปกติ) ทำกัน และชั้นสีแรกสุดของภาพก็ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นพร้อมๆ กันบนผืนผ้าใบโดยไม่มีเส้นไกด์ไลน์หรือการมาร์กตำแหน่ง และแทบไม่มีการแก้ไขเลยด้วยซ้ำ
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ทำให้อัจฉริยภาพของเวอร์เมียร์ต้องแปดเปื้อนหรือถดถอยลงไปแต่อย่างใด เพราะเวอร์เมียร์เองก็เป็นจิตรกรผู้มีความเป็นเลิศในการใช้แสง จนได้รับฉายาว่า "Master of Light” (ปรมาจารย์แห่งแสง) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาพวาด Girl with a Pearl Earring ภาพนี้ ที่ใช้แสงสาดส่องใบหน้าของหญิงสาวอย่างนุ่มนวล จนปรากฏแสงวาววามบนริมฝีปากอิ่มเอิบ และแสงวับวามของต่างหูไข่มุกอันมลังเมลืองนั่นเอง
ภาพวาด Girl with a Pearl Earring ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพพอร์ตเทรตที่สวยที่สุดในโลก เทียบเคียงกับภาพวาด Mona Lisa (1503-1506) ผลงานชิ้นเอกของจิตรกรชั้นครูแห่งยุคเรอเนสซองส์ เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) จนได้รับฉายาว่า “Mona Lisa of the North” (โมนา ลิซา แห่ง(ยุโรป)เหนือ) เลยทีเดียว
ภาพวาดนี้ทวีความโด่งดังจากนิยาย Girl with a Pearl Earring (1999) ของนักเขียนชาวอังกฤษ เทรซี เชวาเลียร์ (Tracy Chevalier) ตีพิมพ์ไปทั่วโลก จนทำให้มิตรรักนักอ่านและมิตรรักแฟนศิลปะทั่วโลกต่างตามมาชมภาพวาดนี้ให้เห็นกับตา นอกจากภาพวาดนี้จะถูกเขียนเป็นนิยายแล้ว ยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ Girl with a Pearl Earring (2003) และถูกคัดลอก ทำซ้ำ และตีความใหม่มากมาย ทั้งบนปกหนังสือจำนวนนับไม่ถ้วน ถูกนำไปใส่บนเสื้อยืด ปลอกหมอน ที่รองแก้ว กระเป๋า ถุงผ้า นาฬิกา ถุงเท้า การ์ตูน หรือภาพมีมในอินเตอร์เน็ต ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังอย่าง แบงก์ซี (Banksy) ยังวาด (หรือพ่น) ภาพนี้ขึ้นใหม่ในสไตล์กราฟิตี้บนผนังในเมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ โดยวางตำแหน่งให้สัญญาณกันขโมยอยู่ตรงกับต่างหูมุกพอดิบพอดี
ปัจจุบันภาพวาด Girl with a Pearl Earring ถูกสะสมและจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Mauritshuis ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเชิงข้อมูลเกี่ยวกับภาพวาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ภาพวาดแบบขยายขนาดด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ ที่จำลองพื้นผิวของภาพวาดอย่างละเอียด ให้ผู้ชมได้ลองสัมผัสจับต้องได้จริงๆ หรือการแสดงตัวอย่างผงสีที่เวอร์เมียร์ใช้วาดภาพและรงควัตถุที่ใช้บดเป็นผงสีอีกด้วย