เนชั่นทีวี

Exclusive

โจทย์ใหญ่ “ชัชชาติ” คว้าชัย 2 สมัยซ้อนเหมือน “จำลอง” ตำนานผู้ว่าฯกทม.อิสระ

19 พ.ค. 2569

โจทย์ใหญ่ “ชัชชาติ” คว้าชัย 2 สมัยซ้อนเหมือน “จำลอง” ตำนานผู้ว่าฯกทม.อิสระ

สังเวียนผู้ว่าฯมหานคร ท้าทาย “ชัชชาติ” จะคว้าชัย 2 สมัยซ้อนหรือไม่เหมือน “มหาจำลอง” ตำนานผู้ว่าฯ กทม.

19 พฤษภาคม 2569 โจทย์ใหญ่ ชัชชาติ จะทำสถิติชนะ 2 สมัยซ้อน ตามรอยมหาจำลอง ตำรับคนติดดิน-ฝาเข่ง เขียนประวัติศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม.อิสระ

 

ชั่วโมงนี้ สังเวียนผู้ว่าฯ มหานคร แบรนด์ชัชชาติยังแกร่งไหม แข่งแบรนด์พรรคส้ม บริบทการเมืองเปลี่ยน จะเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯหรือไม่

 

50 ปีในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นับแต่ปี 2518 จนถึงปี 2565 ผู้สมัครอิสระได้รับชัยชนะน้อยกว่าผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง

 

“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตผู้ว่าฯ กทม.กำลังจะทำสถิติผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ที่ได้รับเลือกเป็นสมัยที่ 2 เหมือน “พล.ต.จำลอง ศรีเมือง” อดีตผู้ว่าฯ กทม.คนแรกที่มาจากกลุ่มอิสระ

 

ย้อนไปการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2528 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ผู้สมัครอิสระจากกลุ่มรวมพลัง เอาชนะ ชนะ รุ่งแสง พรรคประชาธิปัตย์

 

ปี 2533 “มหาจำลอง” ในนามพรรคพลังธรรม รักษาเก้าอี้ไว้ได้อีกครั้ง โดยชนะ เดโช สวนานนท์ จากพรรคประชากรไทย

 

จริงๆ แล้ว ในปี 2539 พิจิตต รัตตกุล ผู้สมัครอิสระจากกลุ่มมดงาน เอาชนะพรรคพลังธรรมขึ้นเป็นผู้ว่าฯ กทม. แต่ก็เป็นได้สมัยเดียว

 

ชัยชนะของ “ชัชชาติ” เมื่อปี 2565 ชื่อของเขาจึงถูกบันทึกเป็นผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากกลุ่มอิสระอีกคนหนึ่ง ทั้งก่อนหน้านั้น พรรคประชาธิปัตย์ยึดครองทำเนียบเสาชิงช้ามาแต่ปี 2547

 

สาเหตุที่ “ชัชชาติ” ทะลุกำแพงพรรคการเมืองขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.ได้ เพราะมี “ทีมเพื่อนชัชชาติ” ระดมทรัพยากรและวางยุทธศาสตร์หาเสียง โดยใช้สื่อออนไลน์ ประสานฐานคะแนนจัดตั้งระดับเขต (ผ่านพรรคเพื่อไทยแบบเนียนๆ)

 

ปี 2569 “ชัชชาติ” จะทำสถิติเป็นผู้ว่าฯ กทม. 2 สมัยซ้อน เหมือน “มหาจำลอง” ได้หรือไม่ นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของ “ทีมชัชชาติ” เพราะคู่แข่งคือพรรคประชาชนที่มี “แบรนด์พรรค” แข็งแกร่งไม่เบา

 

ท้าพิสูจน์แบรนด์ชัชชาติ

 

ความเป็นอิสระ ไม่มีพรรคการเมืองหนุน กลายเป็นจุดขายจุดแข็งของ “ชัชชาติ” สมัยที่แล้ว แต่ประกาศลงสนามครั้งที่ 2 ในนามอิสระ แบรนด์ชัชชาติยังติดตลาดอยู่หรือไม่ ก็น่าติดตามอย่างยิ่ง

 

จากผลการสำรวจของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2568 ในหัวข้อความพึงพอใจของคนกรุงเทพฯ ต่อการทำงานในรอบ 3 ปีครึ่ง ของผู้ว่าฯ ชัชชาติ พบว่า ร้อยละ 46.55 ค่อนข้างพอใจ ร้อยละ 31.85 พอใจมาก ร้อยละ 14.70 ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 6.70 ไม่พอใจเลย

 

รวมความพึงพอใจ (ร้อยละ 46.55+37.85) จากนิด้าโพล ปรากฏว่า มีคนกรุงกว่าร้อยละ 77 พอใจการทำงานของชัชชาติใน 17 ด้าน แต่มี 2 ด้านที่ชัชชาติสอบตกคือ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันใน กทม. และปัญหาค่าครองชีพปากท้อง

 

วันนี้ “ทีมชัชชาติ” ประกาศห้ามผู้สมัคร สก.รายใด นำภาพ ชื่อ โลโก้ของชัชชาติไปหาเสียง แต่ในความเป็นจริงทางการเมือง ใครก็รู้ว่า มีกลุ่มผู้สมัคร สก.อิสระในนาม “ทีมคนทำงาน” เชียร์ชัชชาติแบบไม่เปิดเผย

 

ความอึดอัดของ “ชัชชาติ” กับ “ทีมคนทำงาน” จะกลายเป็นจุดอ่อนหรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด 



แบรนด์ชัชชาติ ยังขายได้มั้ย ในวันที่แข่งแบรนด์พรรคส้ม

 

บทเรียนมหา 5 ขัน

 

นักสังเกตการณ์ทางการเมืองประเมินว่า สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คือภาพสะท้อนอารมณ์ของคนเมืองหลวงในแต่ละยุคสมัย

 

ความทรงจำระดับตำนานต้องยกให้ “จำลองฟีเวอร์” ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2528 พ.ศ.โน้น คนกรุงเทพฯ หน่ายการทุจริตคอร์รัปชัน

 

ชื่อ “มหาจำลอง” หรือ “มหา 5 ขัน” ก็มาจากการแต่งกายสวมเสื้อม่อฮ่อม กินมังสวิรัติ ซึ่งเวลานั้น แบรนด์ “มหาจำลอง” แข็งแกร่งมาก

 

ปี 2533 พล.ต.จำลองลงป้องกันแชมป์ก็ชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนที่พุ่งสูงกว่าเดิมกว่า 7 แสนคะแนน

 

ปี 2535 มหาจำลองกลายเป็นผู้นำการต่อสู้บนท้องถนน จนเป็นที่มาของความตกต่ำของทั้งพรรคพลังธรรม และตัวมหาจำลองเอง

 

ปี 2539 พล.ต.จำลอง กลับลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคพลังธรรม อีกครั้ง แต่ก็ปราชัยกระแสผู้สมัครอิสระอย่าง พิจิตต รัตตกุล

 

บทเรียนมหาจำลอง บอกให้รู้ว่า สังเวียนเลือกตั้ง กทม.ไม่มีใครผูกขาด คนกรุงพร้อมจะเปลี่ยนใจเลือกผู้สมัครฯ คนไหนก็ได้  หากคนนั้นตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้
 


พล.ต.จำลอง ในวัย 90 ยังแข็งแรง