เนชั่นทีวี

Exclusive

อ่านจังหวะเกม “ทักษิณ” พักโทษไม่พักคอนเนกชั่น “ณัฐวุฒิ” ชี้ถอยห่างสปอตไลต์

08 พ.ค. 2569

อ่านจังหวะเกม “ทักษิณ” พักโทษไม่พักคอนเนกชั่น “ณัฐวุฒิ” ชี้ถอยห่างสปอตไลต์

จับตาสะพานเชื่อมอำนาจ “ทักษิณ” พ้นเรือนจำไม่พักคอนเนกชั่น “ณัฐวุฒิ” เชื่อผู้นำจิตวิญญาณ ถอยห่างสปอตไลต์

8 พฤษภาคม 2569 เลือกแบบไหน ทักษิณ พ้นเรือนจำไม่พักการเมือง ณัฐวุฒิ ชี้รับบทผู้นำจิตวิญญาณเพื่อไทย ถอยห่างสปอตไลต์

 

เพื่อไทยยุคตัวแปร ประสบการณ์ทักษิณ คือสะพานเชื่อมทุกขุมอำนาจ วันหน้าค่ายน้ำเงินเดินพลาด โอกาสก็เป็นของค่ายแดง 

 

เมื่อ 7 พ.ค.2569 พานทองแท้ ชินวัตร พินทองทา ชินวัตร และ แพทองธาร ชินวัตร พร้อมครอบครัว เดินทางเข้าเยี่ยม ทักษิณ ครั้งที่ 61เรือนจำกลางคลองเปรม กทม. ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนได้รับการพักโทษ

 

หลังการเยี่ยมบิดาเสร็จ “แพทองธาร” ก็ออกมาบอกนักข่าวว่า

 

 

“คุณพ่อฝากบอกว่าอยู่มา 241 วันแล้ว แต่ถ้านับ ก็ต้องเป็น 243 วันครึ่ง คุณพ่อก็เป็นคนนับของเขาเองตามกระบวนการ”

 

คำว่านับได้ 243 วันครึ่งก็คือ ช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย.2568 อดีตนายกฯ ทักษิณ ต้องกลับเข้ารับโทษในเรือนจำ หลังฟังคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ซึ่งก็นับไปจนถึงวันที่ 11 พ.ค.2569

 

เย็นวันที่ 10 พ.ค.นี้ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” อดีตแกนนำ นปช.แจ้งผ่านสื่อว่า ตัวเขาพร้อมคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศ จะไปรวมตัวกันที่หน้าเรือนจำ เพื่อทำกิจกรรม “อิสรภาพ” จัดโดยกลุ่ม Red Never Dies

 

คนเสื้อแดงจะปักหลักพักค้างที่หน้าเรือนจำ จนถึงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. เพื่อรอต้อนรับอดีตนายกฯ ทักษิณ ออกจากเรือนจำฯ

ผู้นำจิตวิญญาณเพื่อไทย

 

ตอนค่ำวันที่ 6 พ.ค.2569 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ให้สัมภาษณ์รายการตรงไปตรงมา ของ VOICE ในหัวข้อ “11 พ.ค. ทักษิณคืนอิสรภาพ การเมืองไทยจะเป็นอย่างไร”

 

“เสี่ยเต้น ใสยเกื้อ” ได้พยายามเล่าถึงการต่อสู้ของ “นายใหญ่” และคนเสื้อแดงหลังรัฐประหาร 2549 เพื่อสื่อสารไปถึง “ด้อมส้ม” ว่า ทักษิณไม่เคย “หมอบ” และเป็นผู้ถูกกระทำจาก “นิติสงคราม” อย่างหนักหน่วง ไม่แพ้การยุบพรรคส้ม 2 ครั้ง

 

เมื่อพิธีกรถามว่า หลังอดีตนายกฯ ทักษิณได้รับอิสรภาพเต็มๆ จากนี้ไปจะวางบทบาทตัวเองอย่างไร

 

ในฐานะน้องรักของทักษิณ “ณัฐวุฒิ” กล่าวสรุปว่า

 

“อดีตนายกฯทักษิณ จะถอยห่างจากสปอตไลต์การเมือง แต่ยังเป็นจิตวิญญาณให้เพื่อไทยเสมอ”

 

หากฟังจากปาก “เต้น” นั่นหมายถึง “ทักษิณ” จะเลือกเส้นทางเอาตัวเองออกจากการเมืองแบบเปิด และอยู่หลังม่านค่ายแดงแบบนิ่งๆ เพื่อรักษาดุลอำนาจการต่อรองไว้ปกป้องตระกูลชินวัตร

 

อดีตแกนนำเสื้อแดงประเมินว่า ฝ่ายผู้มีอำนาจก็ไม่ได้ไว้ใจทักษิณ ยังมีเงื่อนไขติดกำไล EM อยู่ ระหว่างการพักโทษ 4 เดือน

 

ใครก็รู้ว่า ทักษิณยังติดบ่วงคดี 112 ในชั้นอุทธรณ์ รวมถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ยังต้องลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เขาต้องรอบคอบมากขึ้นในการเดินหมากการเมือง

 

กูรูการเมืองบางสำนักวิเคราะห์ว่า ในบริบทการเมือง พ.ศ.นี้ ทางเลือกของทักษิณ จะออกมาในรูปแบบการแชร์อำนาจ โดยหวังจะเป็นสะพานเชื่อมทางการเมืองระหว่างชนชั้นนำ พรรคการเมืองและประชาชน

 

 

ครอบครัวชินวัตร เข้าเยี่ยมทักษิณ ในเรือนจำเป็นครั้งสุดท้าย

เพื่อไทยตัวแปรการเมือง

 

แม้วันนี้ พรรคเพื่อไทยจะมีเสียง สส. 74 เสียง แต่ก็เป็นตัวแปรทางการเมืองสำคัญ ภายใต้เงื่อนไข “น้ำเงิน” เผชิญวิกฤตศรัทธาจากประชาชน อันเนื่องจากการบริหารประเทศของรัฐบาลอนุทิน ก่อให้เกิดวิกฤตการเมือง และเศรษฐกิจขึ้นมา

 

เมื่อ “น้ำเงิน” อ่อนแอ จะส่งผลให้ “ส้ม” เข้มแข็งขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าชนชั้นนำฝ่ายอนุรักษนิยม อาจกลับมาใช้บริการ “แดง” ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งปี 2566

 

สถานการณ์เช่นนี้ “นายใหญ่” และเพื่อไทย จะกลายเป็นพรรคหลักในการเข้ามาแก้ปัญหาวิกฤตการเมือง-เศรษฐกิจของประเทศ

 

ชั่วโมงนี้ ก็มีสัญญาณลบถึงรัฐบาลอนุทิน โดยเฉพาะกรณี ปปช.ยกคำร้องปมซุกหุ้นของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รวมถึง พ.ร.ก.เงินกู้  4 แสนล้าน หากรัฐบาลใช้งบฯ ไม่ตอบสนองต่อการแก้ปัญหาประชาชน และมีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น ความชอบธรรมของรัฐบาลอนุทินก็จะลดลง กระแสความไม่พอใจของประชาชนจะเพิ่มสูงขึ้น อาจนำไปสู่การเมืองท้องถนน

 

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วันข้างหน้า “ทักษิณ” ยังเป็นคนสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการเมืองไทยในอนาคต 

 

 

ณัฐวุฒิ เชื่ออดีตนายกฯทักษิณ อยู่นิ่งๆ ห่างสปอตไลต์การเมือง