นายกสภาทนายฯ ค้านติด EM "ทักษิณ" ชี้ขัดกฎกระทรวง-ไม่เสี่ยงหนี
08 พ.ค. 2569

นายกสภาทนายความชี้มติให้ "ทักษิณ ชินวัตร" ติดกำไล EM ช่วงพักโทษ ขัดเจตนารมณ์กฎหมาย ยันเป็นผู้สูงวัย-คดีผลพวงรัฐประหาร-ไร้พฤติการณ์หลบหนี ควรพักโทษแบบไม่มีเงื่อนไข
ข่าว
08 พ.ค. 2569

นายกสภาทนายความชี้มติให้ "ทักษิณ ชินวัตร" ติดกำไล EM ช่วงพักโทษ ขัดเจตนารมณ์กฎหมาย ยันเป็นผู้สูงวัย-คดีผลพวงรัฐประหาร-ไร้พฤติการณ์หลบหนี ควรพักโทษแบบไม่มีเงื่อนไข
8 พฤษภาคม 2569 จับตาปมร้อน พักโทษทักษิณ หลังนายกสภาทนายความฯ ออกโรงค้านเงื่อนไขติด กำไล EM โดยมองว่าขัดต่อเจตนารมณ์ กฎกระทรวง และหลักความยุติธรรม เนื่องจากอดีตนายกฯ มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำตามมาตรฐาน สิทธิมนุษยชน
ล่าสุด นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นกรณี นายทักษิณ ชินวัตร จะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม นี้ ความว่า
บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ
อันเนื่องมาจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เห็นว่าอดีตนายกทักษิณ มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
คือ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด และได้รับพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด
แต่มีเงื่อนไขว่า อดีตนายกทักษิณจะต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตลอดระยะเวลา 4 เดือนของการพักโทษ นั้น
จากกรณีดังกล่าว แม้ว่าการติดกำไล EM นั้น เป็นหลักเกณฑ์ของการคุมประพฤติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง กรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี หรือจะไปก่อภยันอันตรายประการอื่นใด เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยของสังคม ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับผู้ต้องหา หรือนักโทษในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูง และเกรงว่าจะออกมาทำความผิดซ้ำอีก
แต่ในกรณีอดีตนายกทักษิณจะเห็นได้ว่า ตามพฤติการณ์ไม่มีเหตุให้ต้องหลบหนีแต่อย่างใด เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษตามคำพิพากษาจำคุกเพียง 1 ปี และได้รับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 คงเหลือเพียง 4 เดือน
โดยการพักโทษ ประกอบกับเป็นผู้สูงอายุ 76 ปี มีโรคประจำตัว เมื่อพิเคราะห์ความหนักเบาของข้อหา ไม่มีเหตุออกมาให้กระทำความผิดซ้ำ
และข้อสำคัญการถูกดำเนินคดีนี้ เกิดจากผลพวงของการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อปี 2549 อีกทั้งคดีดังกล่าวไม่ใช่คดีร้ายแรงที่เป็นภยันอันตรายต่อประชาชน ประกอบกับในอดีตท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทำประโยชน์และคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ จนเป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่มาโดยตลอด
จากเหตุผลและข้อเท็จจริงดังกล่าว จะเห็นได้ว่า มติของคณะอนุกรรมการฯ น่าจะขัดกับหลักเจตนารมณ์ของกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์นักโทษเด็ดขาด ตามข้อ 44 เพราะคณะกรรมการฯ มิได้นำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือ ผลกระทบด้านความปลอดภัย มาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษโดยไม่มีเงื่อนไข
ซึ่งหากคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาถึงหลักเกณฑ์อย่างเสมอภาคและยุติธรรมแล้ว ก็จะมีเหตุเชื่อได้ว่า อดีตนายกทักษิณไม่มีความจำเป็นที่จะต้องติดกำไล EM ตลอดระยะเวลาการพักโทษ แต่อย่างใด
ข่าวล่าสุด