svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Exclusive

เกมอำนาจแดง “สุริยะ” ทุนใหญ่ถ่วงดุล “จันทร์ส่องหล้า” สส.ซุกปีกแซ่จึง

06 มี.ค. 2569

นายใหญ่-นายน้อยติดบ่วง “สุริยะ” ทุนใหญ่กุมซุ้ม สส. ถ่วงดุล “จันทร์ส่องหล้า” ค่ายแดงไม่เหมือนเดิม

ดุลอำนาจแดง สุริยะ เปล่งแสงทาบเงาจันทร์ส่องหล้า ทุนใหญ่แซ่จึง ไม่ยอมถอย คุมกระทรวงเกรดเอ สส.อีสานวิ่งซุกปีก

 

ทักษิณ-แพทองธาร ยังถูกรัฐพันลึกพันธนาการด้วยบ่วงคดี เพื่อไทยยามอัสดง ศูนย์อำนาจจึงเคลื่อนไปที่ค่ายเพลิงสุริยะ

 

วันที่ 6 มี.ค.2569 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นำทีม สส.บัญชีรายชื่อ รายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27

 

“บิ๊กซัน” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมคณะมาด้วย ไม่พลาดที่นักข่าวสภาฯ จะสอบถามเรื่องตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ ซึ่งเจ้าตัวตอบสั้นๆว่า รอให้เกิดความชัดเจนก่อน

 

ชั่วโมงนี้ พรรคเพื่อไทยที่มี สส. 74 คน แทบไม่มีอำนาจต่อรองอะไรมากนัก ยามขาลงเช่นนี้ ดุลอำนาจในพรรคเปลี่ยน จากที่ สส.หายใจเข้า-ออกเป็น “นายใหญ่-นายน้อย” บ้านจันทร์ส่องหล้า ก็มีเสียงเพรียกหา “บิ๊กซัน” ดังขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะผู้คุมหัวจ่ายส่วนกลาง

 

ล่าสุด มีการปล่อยข่าวโผ ครม.ในส่วนของเพื่อไทย ที่ได้โควตา 8 ตำแหน่ง แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง

 

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.การอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม (อว.)

 

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์

 

จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ

 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.แรงงาน

 

สุดาวรรณ ศุภกิจโกศล รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

ส่วนตำแหน่ง รมช.น่าจะโควตา “บ้านใหญ่อีสาน” ซึ่งภาคอีสานมี สส.มากที่สุด 43 คน

 

ว่ากันว่า โผ ครม.ของค่ายแดงที่ว่อนสื่อทุกสำนัก ยังไม่มีบทสรุปสุดท้าย อย่างกรณี “ประเสริฐ” ที่ได้ สส.นครราชสีมา 1 คน ขณะที่ “กลุ่มแป้งมัน” ได้ 8 คน กลับได้นั่งกระทรวงแรงงาน

 

แม้กระทั่งชื่อของ “สุริยะ” ก็ยังมีกระแสข่าวว่า ค่ายน้ำเงินไม่เอา “2 ส.” เพราะอยากได้คนรุ่นใหม่ แต่ “คุณหญิงบ้านจันทร์” เจรจากับครูใหญ่บุรีรัมย์จนเป็นที่ลงตัวเรียบร้อยแล้ว 

 

 

 

อีสานช็อกท่อน้ำเลี้ยง
 

สาเหตุความปราชัยของพรรคเพื่อไทย ที่ได้ สส.ต่ำร้อย เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี คือเรื่องปมคลิปอังเคิล แม้แกนนำแดงระดับนักรบห้องแอร์พยายามจะบอกว่า คลิปอังเคิลไม่มีผลอะไรแล้ว เพราะเวลาล่วงผ่านมานาน

 

แกนนำ สส.อีสานรุ่นใหญ่ กลับไม่คิดเช่นนั้น จึงได้แจ้งมายังส่วนกลางว่า ไม่ต้องการให้ “แพทองธาร” ลงมาหาเสียงในพื้นที่ภาคอีสาน

 

ดังนั้น “นายน้อย” จึงเดินทางไปช่วยหาเสียงที่เชียงใหม่ และเชียงราย ผลปรากฏว่า ค่ายแดงพ่ายยับ เหลือ สส.เขต 2 ที่นั่งในโซนเหนือตอนบน

 

สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน นับแต่ยุคไทยรักไทย จนมาถึงเพื่อไทย ผู้สมัคร สส.อาศัย “กระแสทักษิณ” ก็เข้าสภาฯ ได้แล้ว ไม่ต้องใช้ “ทรัพยากร” มากมายอะไร

 

อดีต สส.ค่ายแดงเปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีท่อน้ำเลี้ยงจากส่วนกลางสนับสนุนผู้สมัคร สส.ระดับ “อดีต สส.” มากกว่าทุกครั้ง และอาจจะกล่าวได้ว่า มากที่สุดนับแต่ยุคไทยรักไทย จึงเกิดการ “ช็อกน้ำเลี้ยง”

 

จากที่เคยได้ สส.อีสาน 100-120 ที่นั่ง จึงเหลือแค่ 43 ที่นั่ง จากทั้งหมด 133 ที่นั่ง แต่ก็ยังถือว่า มียอด สส.สูงมากกว่าทุกภาค จึงควรได้โควตารัฐมนตรีอย่างน้อย 3 ที่นั่ง

 

เวลานี้ มีบ้านใหญ่แดงอีสาน รอคิว “รมช.” จำนวน 3 คนคือ วิเชียร ขาวขำ อดีตนายกอบ จ.อุดรธานี พัฒนา สัพโส สส.สกลนคร และ วิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ 
 

แพทองธาร และพี่น้องเข้าเยี่ยมบิดา ครั้งที่ 45 ในรอบ 5 เดือนเศษ

แสงสุริยะแข่งจันทรา
 

อีก 2 เดือนเศษ “ทักษิณ ชินวัตร” จะได้ออกมาสูดกลิ่นอายอิสรภาพ แต่ห้วงเวลาที่อยู่ในเรือนจำ “นายใหญ่” คงได้ข้อสรุปของชีวิต จึงสื่อข่าวส่งความผ่าน “แพทองธาร ชินวัตร” ว่า อาจจะวางมือ และขอใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข

 

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา “นายใหญ่” ยังไร้อิสรภาพ ดุลอำนาจในพรรคเพื่อไทยก็เปลี่ยน เมื่ออดีต สส. และผู้สมัคร สส.ได้เคลื่อนตัวเข้าหาบ้านใหญ่ “แซ่จึง” ในฐานะผู้กุมทรัพยากร

 

ช่วงการถอดถอนบทเรียนความพ่ายแพ้ จึง สส.เพื่อไทยบางกลุ่มเสนอให้ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อสั่งสมบารมี และสร้างพรรคในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม เงาบ้านจันทร์ส่องหล้ายังทาบทับเพื่อไทย ตราบใดที่ยังมีชื่อ “ยศชนัน” ที่ถูกวางตัวไว้เป็นผู้นำพรรคในอนาคต แต่ในวันนี้ คนเพื่อไทยก็ปฏิเสธบทบาทของบ้านใหญ่ “จึงรุ่งเรืองกิจ” ไปไม่ได้ 
 

จับตา 2 ตัวละครหลัก “ยศชนัน-สุริยะ” ของเพื่อไทยในอนาคต