"ดร.หญิง" ยกตัวอย่าง “ทักษิณ” โต้ “ไอซ์” ปมไทยไร้ รมว.ศึกษา ที่ดี
03 มี.ค. 2569
“ดร.หญิง ลิณธิภรณ์” ยกตัวอย่าง “ทักษิณ” โต้ “ไอซ์” อัดปมปัญหาการศึกษาไทย เพราะไม่มี รมว.ศึกษา ที่ดี! ถามกลับถ้าอดีตไม่ถูกขัดจังหวะ ไทยจะก้าวไปไกลขนาดไหนในเวทีโลก?
ข่าว
03 มี.ค. 2569
“ดร.หญิง ลิณธิภรณ์” ยกตัวอย่าง “ทักษิณ” โต้ “ไอซ์” อัดปมปัญหาการศึกษาไทย เพราะไม่มี รมว.ศึกษา ที่ดี! ถามกลับถ้าอดีตไม่ถูกขัดจังหวะ ไทยจะก้าวไปไกลขนาดไหนในเวทีโลก?
3 มีนาคม 2569 ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และ X กรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บรรยายที่มหาวิทยาลัยนเรศวร หัวข้อ “สังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ในงานการเมืองและงานพัฒนา“ เมื่อ 2 มี.ค.69 มีช่วงหนึ่งระบุว่า
"การศึกษาที่มันห่วยอยู่ทุกวันนี้ มันไม่ใช่เพราะชาติที่แล้วเด็กไทยทำกรรมไว้ แต่เป็นเพราะชาตินี้ เราไม่สามารถหารัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถ มีแพสชั่นที่จะปฏิรูปการศึกษา"
โดย ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ ระบุว่า จริงไหมนะ ที่มีคนบอกว่า เราไม่เคยมีคนดีๆ มาดูแลการศึกษาไทย จน การศึกษามันห่วย ? จริง ๆ ในชาตินี้เราเคยมีรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถและแพสชั่นที่จะปฏิรูประบบการศึกษาอยู่นะคะ ยุคที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นั่งควบตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" และ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่การศึกษาถูกเขย่าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อสร้าง "พลเมืองโลก" จิ๊กซอว์แต่ละชิ้นที่ ดร.ทักษิณ วางไว้ คือการปลดล็อกศักยภาพเยาวชนไทยในทุกมิติ ที่หลายคนอาจลืมไปแล้ว
พ.ศ. 2544 - 2545: ปูพื้นฐาน "คน" และ "ความเท่าเทียม" เริ่มต้นด้วยการสร้างศักดิ์ศรีวิชาชีพครู ปรับฐานเงินเดือนและวิทยฐานะ ให้ทัดเทียมอาชีพเฉพาะทาง พร้อมแก้ปัญหาหนี้สินเพื่อดึงคนเก่งกลับเข้าสู่ระบบการสอน ควบคู่กับการเปลี่ยน กยศ. เป็น กองทุน ICL (เรียนก่อน จ่ายเมื่อมีรายได้) เพื่อให้เด็กยากจนเข้าถึงมหาวิทยาลัยได้โดยไม่มีภาระหนี้มาขวางกั้นโอกาส
พ.ศ. 2546: ทลายกำแพง "ภาษา" และ "ดิจิทัล" ยกระดับสู่สากลด้วย โครงการ English Program (EP) ในโรงเรียนรัฐบาล จ้างครูเจ้าของภาษามาสอนวิชาการเพื่อให้เด็กโรงเรียนวัดเก่งเท่าเด็กอินเตอร์ พร้อมนโยบาย อินเทอร์เน็ต 3 บาท (SchoolNet) ทลายกำแพงความรู้ให้เด็กชนบทเข้าถึงข้อมูลทั่วโลกได้เท่าเทียมคนเมือง
พ.ศ. 2547: กระจาย "ทุน" และ "โรงเรียนในฝัน" สร้างโอกาสสู่ระดับรากหญ้าด้วย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) ส่งเด็กเก่งทุกอำเภอไปชุบตัวเมืองนอกในสาขาที่โลกต้องการโดยไม่สนฐานะ พร้อมอัปเกรดโรงเรียนชนบทเป็น โรงเรียนในฝัน (Lab Schools) ที่อัดฉีดเทคโนโลยีและเน้นการสอนแบบ Child-Centered ให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นมากกว่าท่องจำ
พ.ศ. 2548 - 2549: สร้าง "สมอง" และ "พื้นที่ปล่อยของ" ปฏิรูปเชิงลึกถึงระดับพัฒนาการด้วย ถุงรับขวัญ (Baby Box) ส่งต่อความรู้เรื่องการพัฒนาสมอง (BBL) ให้พ่อแม่ปั้นเด็กไทยให้ฉลาดตั้งแต่อยู่ในเปล และสร้าง TK Park พื้นที่เรียนรู้นอกตำราที่รวมดนตรี ศิลปะ และไอทีเข้าด้วยกัน รวมถึงการกวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาดเพื่อดึงเยาวชนกลับสู่ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ในขณะที่เครื่องยนต์การศึกษากำลังเร่งเครื่องสู่ระดับสากล
การรัฐประหารกลับเข้ามา "หยุดเวลา" ของเด็กไทยไว้ นโยบายที่กำลังเห็นผลถูกแช่แข็ง ถูกเปลี่ยนชื่อ หรือถูกปล่อยให้ฝ่อไปเพียงเพราะเป็นนโยบายของฝั่งตรงข้ามทางการเมือง จริงที่ว่าการศึกษาไทยไม่ได้พังเพราะกรรมเก่า แต่มันพังเพราะ "วิสัยทัศน์ที่ถูกตัดตอน" ทิ้งให้เราวนเวียนอยู่กับโครงสร้างเดิมๆ ที่ตามโลกไม่ทันมาเกือบ 20 ปี
ลองคิดดูว่าถ้าวันนั้นไม่ถูกขัดจังหวะ ปัจจุบันเราจะมีแม่ทัพทางเศรษฐกิจที่จบจากทุน ODOS กี่หมื่นคน? และเด็กไทยจะก้าวไปไกลขนาดไหนในเวทีโลก?
