รู้จักระบบ SAOT เทคโนโลยีจับล้ำหน้าที่ทำ "เอกวาดอร์" ชวดประตูแรก
21 พ.ย. 2565
หลายคนยังสงสัยกับจังหวะพลาดประตูแรกของเอกวาดอร์ ที่ถูกจับล้ำหน้าจากการใช้เทคโนโลยี SAOT มาช่วยตัดสิน ระบบนี้ทำงานอย่างไร และจังหวะดังกล่าวเกิดอะไรขึ้น มาไขคำตอบไปด้วยกัน
กีฬา
21 พ.ย. 2565
หลายคนยังสงสัยกับจังหวะพลาดประตูแรกของเอกวาดอร์ ที่ถูกจับล้ำหน้าจากการใช้เทคโนโลยี SAOT มาช่วยตัดสิน ระบบนี้ทำงานอย่างไร และจังหวะดังกล่าวเกิดอะไรขึ้น มาไขคำตอบไปด้วยกัน
ควันหลงนัดเปิดสนามของ "ฟุตบอลโลก 2022" รอบสุดท้าย ซึ่งทีมเจ้าภาพ กาตาร์ พ่ายต่อ ทีมชาติเอกวาดอร์ 0-2 อย่างไรก็ตามเกมนี้เกิดจังหวะดราม่าขึ้นตั้งแต่นาทีที่ 3 เมื่อ เอนนอร์ วาเลนเซีย ดาวยิงตัวเก่งของทีมชาติเอกวาดอร์ โหม่งพาทีมขึ้นนำ 1-0 แต่ถูกยึดประตูคืนเนื่องจากตัดสินว่าเป็นการล้ำหน้า โดยใช้ระบบ SAOT มาช่วยตัดสิน
SAOT คืออะไร
ระบบ "จับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ" (Semi-automated offside technology-SAOT) เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) นำมาใช้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 เพื่อใช้ตรวจจับการล้ำหน้าของผู้เล่นขณะแข่งขันให้มีความแม่นยำมากขึ้น
การทำงานของระบบดังกล่าว จะมีเซ็นเซอร์อยู่ที่ลูกบอลเพื่อระบุพิกัดตำแหน่ง ทำงานร่วมกับกล้องอีก 12 ตัวในสนาม รวมทั้งจับข้อมูลตำแหน่งผู้เล่นแต่ละคนออกมา 29 จุดของร่างกาย เพื่อดูว่ามีส่วนใดที่ล้ำหน้าหรือไม่ ซึ่งข้อมูลดังหล่าวถูกเก็บที่ระดับ 50 ครั้งต่อวินาที และคำนวณการล้ำหน้าอัตโนมัติ เพื่อแจ้งเตือนไปยังผู้ตัดสินในสนาม
ข้อมูลดังกล่าวยังถูกนำมาสร้างเป็นวิดีโอ 3D เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบทันที และนำภาพวิดีโอนี้ออกอากาศระหว่างการถ่ายทอดสดให้ผู้ชมรับรู้ด้วย
อธิบายจังหวะปัญหา
จากจังหวะในนาทีที่ 3 ไมเคิล เอสตราดา ของ เอกวาดอร์ ถูกจับล้ำหน้า เนื่องมาจากแม้จะมีผู้เล่นที่อยู่ต่ำกว่า เอสตราดา ยืนอยู่ แต่เมื่อผู้รักษาประตูออกจากเส้นกรอบ 6 หลามาปัดบอล ทำให้จังหวะนี้กลายเป็นลูกล้ำหน้าเพราะต้องมีผู้เล่นฝ่ายรับอยู่ไม่น้อยกว่า 2 คน (ปกติคือ ผู้รักษาประตู+กองหลัง แต่จังหวะนี้ผู้รักษาประตูไม่อยู่จึงต้องมีกองหลัง 2 คนถึงจะไม่ล้ำหน้า)
ซึ่งจังหวะนี้ ไมเคิล เอสตราดา ถูกเทคโนโลยี SAOT จับภาพได้ว่า ขาขวาของเจ้าตัวเกินมาแค่ครึ่งขาเท่านั้น และทำให้ถูกจับล้ำหน้าและพลาดประตูแรกไปอย่างน่าเสียดาย
