จัสติน โธมัส โปรกอล์ฟชาวอเมริกัน พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง 7 สโตรก กลับมาคว้าแชมป์ศึก พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างสุดเหลือเชื่อ ด้วยการเอาชนะคู่แข่งเพื่อนร่วมชาติในการดวลเพลย์ออฟ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กอล์ฟพีจีเอทัวร์ ศึกเมเจอร์ที่ 2 ของปี รายการ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามเซาเทิร์น ฮิลส์ คันทรี คลับ รัฐโอกลาโฮมา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 พ.ค.) เป็นการแข่งขันรอบสุดท้าย 


ผลปรากฏว่า จัสติน โธมัส โปรชาวอเมริกัน ที่ออกสตาร์ตด้วยการตามผู้นำ มิโต้ เปไรร่า โปรชาวชิลี 7 สโตรก กลับมาเร่งเครื่องทำ 3 อันเดอร์พาร์ 67 จบ 4 วันที่สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 275 เท่ากับ วิลล์ ซาลาทอริส โปรเพื่อนร่วมชาติ ที่รอบนี้ตีเกิน 1 โอเวอร์พาร์ 71 จึงต้องดวลเพลย์ออฟ 3 หลุมเพื่อตัดสินแชมป์


โดยการตัดสินหาแชมป์คนใหม่จบลงด้วยการที่ จัสติน โธมัส ทำได้ดีกว่า โดยเซฟพาร์ในหลุมแรก, เก็บเบอร์ดี้ในหลุมสอง และเซฟพาร์ในหลุมที่สาม คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ พร้อมเป็นแชมป์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ สมัยที่ 2 ต่อจากปี 2017 รวมถึงสร้างสถิติเป็นนักกอล์ฟคนแรกในรอบ 44 ปีที่เริ่มต้นด้วยการตามหลัง 7 สโตรกและกลับมาคว้าแชมป์ได้ในศึกเมเจอร์ ต่อจาก จอห์น แม็คฮาฟฟีย์ ที่ทำได้เมื่อปี 1978

มิโต้ เปไรร่า หลุดฟอร์มวันสุดท้าย ด้าน มิโต้ เปไรร่า ผู้นำจากวันที่ 3 จ่อที่จะคว้าแชมป์อยู่แค่เอื้อม แต่มาพลาดเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 18 จบวันตีเกิน 5 โอเวอร์พาร์ 75 สกอร์รวมเหลือ 4 อันเดอร์พาร์ 276 ร่วงมาจบที่ 3 ร่วมกับคาเมรอน ยัง จากสหรัฐ 


ส่วนอันดับ 5 ร่วม มี 2 คนคือ คริส เคิร์ก และแมตธิว ฟิตซ์แพทริก จากอังกฤษ สกอร์รวมเท่ากันที่ 3 อันเดอร์พาร์ 277 ด้าน รอรี่ แม็คอิลรอย จากไอร์แลนด์เหนือ จบ 4 วันที่สกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ 278 ได้อันดับที่ 8 และ ซานเดอร์ ชอฟเฟล จากสหรัฐ จบที่ อีเวนพาร์ 280 ได้ที่ 13 ร่วม