หลังการแข่งขัน วิคเตอร์ อเซลเซ่น นักแบดมินตันมือ 1 ของโลกชาวเดนมาร์ก กล่าวว่า การลงแข่งมา 2 นัดแล้วทำให้ตัวเองปรับตัวเข้ากับสนามได้ดีขึ้น คุมเกมการเล่นได้ดีขึ้น ซึ่งการแข่งขันรายการนี้ เดนมาร์ก เคยคว้าแชมป์มาแล้วในปี 2016 ทีมเราเองก็ยังมีหวังและมีเป้าหมายที่จะกลับมาคว้าแชมป์ได้อีก โดยเฉพาะในครั้งนี้ แม้ว่าคู่แข่งขันแต่ละทีมมีพัฒนาที่ดีขึ้นมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งก็ตาม ขณะที่การเจอกับ จีน ในรอบพบกันหมดในกลุ่มนัดสุดท้ายเป็นงานที่ไม่ง่าย เพราะจีนเป็นทีมที่มีเทคนิคการเล่นสูง มีความแข็งแกร่ง ถ้าหวังจะชนะก็ต้องเล่นให้ดีในทุกคู่
ขณะที่การแข่งขันในกลุ่ม ดี นัดที่สอง ญี่ปุ่น ทีมที่มีนักแบดมินตันมือ 2 ของโลก เคนโตะ โมโมตะ ดีกรีแชมป์โลก 2 สมัยเป็นตัวหลัก สามารถที่จะเก็บชัยชนะเหนือ อังกฤษ ได้สำเร็จ 5-0 คู่ โดย เคนโตะ ที่ลงสนามแข่งเป็นนัดแรกของตัวเอง ทำให้ฟอร์มยังฝืดอยู่เล็กน้อยกว่าจะเอาชนะ โทบี้ เพนตี้ 2-0 เกม 21-18, 21-11 ต้องออกแรงนานถึง 40 นาที , เดี่ยวมือ 2 เคนตะ ซูเนยามะ มืออันดับ 20 ของโลก ชนะ จอห์นนี่ ตอร์จัสเซ่น 2-1 เกม 13-21, 21-12, 21-9, เดี่ยวมือ 3 โคเดอิ นาราโอกะ มืออันดับ 48 ของโลก ชนะ ซิด ปาลาคัล 2-0 เกม 21-6, 21-7, คู่มือ 1 ทาคุโระ โฮกิ กับ ยูตะ วาตานาเบ้ ชนะ เบน เลน กับ ฌอน เวนดี้ คู่มือ 19 ของโลก 2-1 เกม 12-21, 21-11, 21-9 และ คู่มือ 2 เอกิระ โคกะ กับ ทาอิชิ ซาอิโตะ ชนะ คอลัม เฮมมิ่ง กับ สตีเว่น สตัลวู๊ด มือคู่อันดับ 48 ของโลก 2-0 คู่ 21-13, 21-9
เคนโตะ กล่าวหลังการแข่งขันว่า รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้างเพราะเป็นแมตช์แรกที่ลงสนาม ทำให้เล่นได้ไม่เต็มที่นักในช่วงเกมแรก แต่พอปรับตัวได้เกมก็ดีขึ้นมา การเล่นโธมัส คัพ เป็นการเล่นประเภททีมที่ทุกคนในทีมต้องช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แน่นอนทีมญี่ปุ่นก็ต้องการที่จะคว้าแชมป์แต่ก็ไม่ประมาทเพราะมีทั้ง อินโดนีเซีย แชมป์เก่า กับ เดนมาร์ก ที่เป็นคู่แข่งแข็งแกร่ง