ด้านมรรค วัย 27 ปี รับศึกหนักในการแข่งขันโอลิมปิก ฤดูหนาว ครั้งนี้ เพราะเขาเป็นนักกีฬาของไทยที่ลงแข่งขันหลายรายการมากที่สุด โดยมรรคยอมรับว่ารู้สึกกดดันอย่างมากกับการต้องเป็นผู้ลงแข่งคนแรกของทีมนักกีฬาไทย แต่เขาก็เปลี่ยนความกดดันเป็นพลังแห่งความแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ มรรคคว้าอันดับ 3 ในหมู่นักกีฬาจากทวีปเอเชียระหว่างการแข่งขันสกีครอสคันทรีชาย ประเภทสปรินท์ฟรีสไตล์ รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเขาบอกว่าถือเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองในปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่สองหลังการแข่งขันดังกล่าว ส่วนการแข่งขันรายการที่เหลือ แม้เป็นภารกิจที่ยากมากๆ แต่เขาจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ทั่วโลกเห็นว่านักกีฬาไทยมีส่วนร่วมในกีฬาฤดูหนาวด้วย
น้ำแข็งและหิมะดังสื่อกลาง ย่างก้าวสู่อนาคตร่วมกัน
มรรคเล่าว่าเขาเล่นสกีครอสคันทรีมา 18 ปีแล้ว ชีวิตส่วนใหญ่ของเขาคลุกคลีอยู่กับหิมะ หลายคนอาจเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรก และสำหรับเขาคืออาชีพและเป็นอาชีพที่ยอดเยี่ยม แม้การฝึกซ้อมจะเหนื่อยยากลำบาก แต่ก็นึกอยู่เสมอว่าทำสิ่งเหล่านี้เพื่อเป้าหมายของชีวิต เพื่อโอลิมปิก หรือเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ มาร่วมกีฬาฤดูหนาวด้วย
สำหรับอนาคตข้างหน้า มรรคยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว ครั้งต่อไปหรือไม่ เพราะปัจจุบันเขากำลังศึกษาสาขาพลศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในนครมิลานของอิตาลี และหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว มรรคอาจผันตัวไปเป็นผู้ฝึกสอนสกีในไทย ที่แม้ไม่มีหิมะแต่ก็ยังมีโรลเลอร์สกี โดยเริ่มจากสอนเด็กๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาน้ำแข็งและหิมะในประเทศเขตร้อนแห่งนี้
ด้านบุญจันทร์เสริมว่าเมื่อปี 2019 สมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย ได้คัดเลือกนักกีฬา 12 คน มาเก็บตัวฝึกซ้อมที่อิตาลี ตอนนั้นมรรคและคาเรนที่เตรียมตัวสำหรับปักกิ่ง โอลิมปิก ฤดูหนาว 2022 ได้ร่วมช่วยฝึกสอนนักกีฬากลุ่มดังกล่าวด้วย และในที่สุดมี 4 คนได้มีโอกาสไปแข่งกีฬาโอลิมปิก เยาวชน ฤดูหนาว 2020 ด้วย
“เราหวังว่าวัยรุ่นไทยจะได้รู้จักกีฬาน้ำแข็งและหิมะผ่านโครงการต่างๆ มากขึ้นในอนาคต” มรรคทิ้งท้าย
ที่มา: สำนักข่าวซินหัว