รัฐ จิโรจน์วณิชชากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน " บางแสน 21" กล่าวว่า เป็นความภูมิใจของไมซ์ และเทศบาลเมืองแสนสุข ที่สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการพัฒนา และต่อยอดงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนบางแสน 21 ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จนได้รับรางวัลโกลด์ ลาเบล กระทั่งติดอันดับ 5 งานวิ่ง ระดับ เอเชีย เช่นเดียวกับงานวิ่งใน จีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เชื่อว่า หลังจากนี้จะมี นักวิ่งอีลิทระดับโลก และนักวิ่งต่างชาติ ตอบรับเข้าร่วมงานวิ่ง " บางแสน21 " ทั้งนี้บางแสน เป็นเมืองที่ได้รับรางวัลจัดงานวิ่งถนน ที่ได้มาตรฐานโลก ครบทั้ง 3 ระยะ คือ มินิมาราธอน 10 กม., ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. และ มาราธอน 42.195 กม. กลายเป็นเมืองแรกในเอเชียที่ติด 1 ใน 5 ของโลก ที่มีรางวัลการันตีมาตรฐานครบทั้ง 3 ระยะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเมืองที่อยู่ในยุโรป ได้แก่ มาดริด และบาเลนเซีย ในประเทศสเปน, ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส และปราก สาธารณรัฐเช็ก
"การจัดงานวิ่งสร้างสิ่งดีๆ ให้กับประเทศได้มากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพเท่านั้น แต่คนที่สามารถวิ่งจบระยะต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ เมื่อมีจิตใจที่แข็งแกร่งก็จะสามารถเผชิญปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะผลักดันให้การวิ่งกลายเป็นกีฬายอดนิยม 1 ใน 5 ของคนไทยให้ได้ ขณะเดียวกัน จากการที่ผู้จัดงานวิ่งทั่วประเทศได้รวมตัวกันจัดตั้ง สมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย โดยมีผมเป็นนายกสมาคมสมัยแรก ภารกิจขององค์กรคือ การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจงานวิ่งระดับโลก " รัฐ กล่าว
ชลันดา ชอบจิตร ผู้อำนวยการกองบริหารงานและมาตรฐานกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า การที่งานวิ่ง ฮาล์ฟมาราธอน บางแสน 21 ได้รับรางวัลมาตรฐานระดับโลก เป็นการตอกย้ำความสำเร็จในพันธกิจของ กกท. และเป็นก้าวสำคัญของวงการกีฬาวิ่งไทย ที่มีสนามวิ่งมาตรฐานระดับโลกให้นักวิ่งได้พัฒนาการวิ่ง รวมถึงนักกีฬาอาชีพได้ฝึกฝน และพัฒนาฝีเท้าเพื่อแข่งขันในสนามระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ความสำเร็จหรือมาตรฐานของ "บางแสน 21 " จะเป็นต้นแบบให้งานวิ่งรายการอื่น ได้พัฒนาเพื่อไปสู่มาตรฐานระดับโลกต่อไป