พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์กับ " เนชั่น ทีวี" ว่า ฟุตบอลอาชีพ ทั้งไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ที่จะกลับมาทำการแข่งขันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน เป็นต้นไป หลังจากพักการแข่งขันมาตั้งแต่มีนาคม ที่ผ่านมา เพราะการระบาดของโควิด - 19 สิ่งที่อยากจะสื่อไปถึงแฟนบอล ก็คือ ในการไปเข้าชมในสนาม ขอให้ตระหนักต่อกาารดูแลด้านสุขอนามัย ปฏิบัติตามกฏที่แต่ละสนามหรือ ฝายจัดการแข่งขันวางเอาไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการะบาดของโควิด -19
ด้านสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ได้ออกแถลงการณ์ ก่อนหน้าที่จะมีข่าว การตรวจพบนักกีฬาฟุตบอลติดโควิด-19 โดยเป็น การตรวจหาเชื้อก่อนการแข่งขั้น ทั้งนี้แถลงการณ์ที่ออกมาจาก พล.ต.อ. สมยศ ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์การเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาด ได้ประเมินให้การแข่งขันกีฬาฟุตบอลอาชีพ อยู่ในเกณฑ์ระดับสีเขียว ซึ่งยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการคัดกรอง การเว้นระยะห่าง รวมถึงการจำกัดจำนวนผู้เข้าชม และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เข้าสู่สนามแข่งขัน
ดังนั้นสมาคมฯ จึงขอความร่วมมือบุคลากรทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าที่สมาคมฯ เจ้าหน้าที่บริษัท ไทยลีก ที่เป็นผู้จัดการแข่งขัน ตลอดจน กรรมการผู้ตัดสิน บุคลากรของสโมสรฟุตบอล นักกีฬา ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งแฟนบอล ตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขตามคู่มือที่ทางราชการกำหนด อย่างเข้มงวด ตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดมิให้เกิดขึ้น เพราะจะสร้างผลกระทบต่อวงการฟุตบอลของไปทั้งระบบ และสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย
ทั้งนี้มาตรการที่จะเกิดขึ้นกับการเข้าไปชมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก อาทิ บีจีปทุมยูไนเต็ด มีการออกประกาศล่วงหน้าว่า จะให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนาม นัดที่เปิดบ้านพบกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยการอนุญาตให้แฟนบอลในกลุ่มที่ซื้อตั๋วปี หรือ ตั๋วล่วงหน้าจากสโมสร เท่านั้น จะไม่มีการจำหน่ายตั๋วในแบบรายนัด ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมผู้ชมในสนาม ทั้งยังมีการแจ้งเตือน ห้ามนำเอา อุปกรณ์เชียร์เข้ามาในสนาม ห้ามตะโกน เชียร์ ระหว่างการแข่งขัน เป็นต้น