แต่เราอย่าลืมว่าเรายังมีเกมอีกหนึ่งแมตช์กับอุซเบกิสถานที่เข้ารอบไปแล้วในฐานะแชมป์กลุ่ม ถึงแม้นจะมองดูว่ายากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขาไฟ แต่ด้วยหัวใจนักสู้ของคนไทยจะไม่ยอมทิ้งโอกาสนั้นอย่างแน่นอน
สำหรับเงื่อนไขการเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของไทย
1. หากชนะ อุซเบกิสถาน จะมี 5 แต้มผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่มทันที(ไม่ต้องดูผลคู่อื่น)
2. หากเสมอ อุซเบกิสถาน ต้องลุ้นให้ ผลคู่ กาตาร์ พบ บังคลาเทศ จบลงที่ผลเสมอเช่นเดียวกัน ถ้ามีผลแพ้ชนะ ไทยจะตกไปเป็นอันดับ 3 และต้องรอลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม ร่วมกับ 6 กลุ่มที่เหลือ
3. หากแพ้ อุซเบกิสถาน และคู่กาตาร์ พบ บังคลาเทศ มีผลแพ้ชนะ ไทยจะตกเป็นที่ 3 และต้องลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม ร่วมกับอีก 6 กลุ่มโดยการมีเพียง 2 แต้ม
4.หากแพ้ อุซเบกิสถาน และ คู่กาตาร์ พบ บังคลาเทศ จบลงที่ผลเสมอ จะทำให้ทั้ง 3 ทีมมี 2 คะแนนเท่ากัน ต้องมาวัดกันแบบมินิลีก โดยไม่นับอุซเบกิสถาน ซึ่งอันดับแรก จะวัดกันที่เฮดทูเฮด ก่อนจะวัดประตูได้เสีย ตามด้วยประตูได้ แต่หากเท่ากันหมดอีกจะวัดประตูได้เสีย ที่มีอุซเบกิสถาน ตามด้วยวัดประตูได้ที่มี อุซเบกิสถาน รวมด้วย
4.1 หากกาตาร์ เสมอกับ บังคลาเทศ ด้วยสกอร์ 0-0 จะทำให้ ทั้ง 3 ทีมมีคะแนน และประตูได้เสียในระบบมินิลีกเท่ากัน แต่ไทยจะเข้ารอบ เนื่องจากประตูได้มากกว่าทั้งสองทีม
4.2 หากกาตาร์ เสมอ บังคลาเทศ ตั้งแต่ 2-2 ขึ้นไปจะทำให้ไทยตกรอบทันที เนื่องจากประตูได้ ไทย จะน้อยกว่าทั้งสองทีม
4.3 หาก กาตาร์ และบังคลาเทศ เสมอกัน 1-1 จะทำให้ เฮดทูเฮด ประตูได้เสีย และประตูได้ โดยไม่นับอุซเบกิสถาน ของทั้ง 3 ทีมเท่ากันหมด ต้องไปวัดกันที่ ประตูได้เสีย โดยรวมอุซเบกิสถาน ตามด้วยประตูได้ โดยรวมอุซเบกิสถาน
4.4 หากทุกอย่างตาม ข้อ 4.3 เท่ากันอีก จะใช้กฏแฟร์เพลย์ นับใบเหลืองใบแดง และถ้ายังเท่ากันอีก จะใช้วิธีสุดท้ายคือ จับสลาก