พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯชี้แจงถึงแนวคิดการเพิ่มโควต้านักเตะอาเซียน ในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีกฤดูกาล 2019โดย ระบุว่า แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการประชุมร่วมระหว่างสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, บริษัท ไทยลีก จำกัด และสโมสรสมาชิกจากโตโยต้า ไทยลีก ตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งทุกฝ่ายต่างแสดงความคิดเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าการเพิ่มโควต้านักเตะอาเซียน มีโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของลีกและเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับทุกสโมสรนำไปพัฒนาศักยภาพทีมได้ในอนาคต
"โลกของฟุตบอลเปลี่ยนแปลงไปเยอะปัจจุบันไม่ใช่แค่การแข่งขันฟุตบอลอย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยบนพื้นฐานของคนทำทีมฟุตบอล โดยเฉพาะประเทศที่เริ่มพัฒนากีฬาฟุตบอลอย่างประเทศไทยปัจจัยสำคัญก็คืองบประมาณในการทำทีม สโมสรต่างๆ ลงทุนหลายร้อยล้านซึ่งแต่ละสโมสรก็มีงบประมาณไม่เท่ากัน ที่ผ่านมาทุกสโมสรจะต้องดิ้นรนหาผู้สนับสนุนหรือ สปอนเซอร์ ผมอยากเปรียบเทียบประเทศไทย เหมือนบ่อน้ำ สโมสรต่างๆก็เหมือนปลาที่อยู่ในบ่อน้ำ ทุกคนก็แย่งอาหารกันกิน วันหนึ่งถ้าอาหารหมดหรือหากเศรษฐกิจไม่ดี สปอนเซอร์ไม่มี เขาจะอยู่กันอย่างไร วันนี้เราต้องคิดรูปแบบใหม่โดยการระดมความเห็นจากทุกฝ่าย ไม่ได้คิดโดยลำพัง หรือนั่งนึกกันเอาเองเราก็มองประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น พรีเมียร์ลีก อังกฤษมูลค่าของลีกมีค่ามหาศาล เงินที่ตกไปยังสโมสรก็มหาศาล เราอยากเป็นแบบนั้น"
พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวว่า ได้มีโอกาสไปชมเกมนัดเปิดสนามในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ขณะนั้นมีการประชุมฟีฟ่า และเอเอฟซีการประชุมเอเอฟซีวันนั้นมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น คือมีการประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลในความรับผิดชอบของเอเอฟซีซึ่งเดิมมีบริษัทหนึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มาโดยตลอดแต่ในการประมูลครั้งนี้มีอีกบริษัทหนึ่งยื่นประมูลแข่ง โดยให้เงินตอบแทนแก่เอเอฟซีมากกว่าบริษัทเก่าถึง 7 เท่าตัว กรณีนี้ถ้าบริษัทเดิม ให้ค่าลิขสิทธิ์เอเอฟซี1,000 ล้านบาท ก็แสดงว่าบริษัทใหม่ต้องทุ่ม 7,000 ล้านบาท
"ในที่ประชุมสโมสรสมาชิกวันนั้นมีความคิดและความเห็นตรงกันว่า เมื่อโลกฟุตบอลเปลี่ยนไป มันเป็นธุรกิจมากขึ้นเมื่อเป็นธุรกิจเราต้องเพิ่มมูลค่า ประเทศไทยมีประชากร 70 กว่าล้านคน แต่ถ้าเรามองทุกประเทศในอาเซียนมีประชากรร่วมกว่า600 ล้านคน เราไม่ต้องคาดหวังว่าคนในอาเซียนทั้งหมดจะดูฟุตบอลไทยลีกแต่เอาส่วนหนึ่งมาดูฟุตบอล มันเป็นการขยายตลาด สร้างมูลค่าให้กับฟุตบอลไทยได้แต่เราก็ต้องวางแผนหรือเขียนระเบียบกติกาในการนำนักกีฬาที่เป็นโควต้าอาเซียนเข้ามาให้ดี รวมทั้งแผนการตลาดด้วยเช่นกัน"
พล.ต.อ.ดร. สมยศกล่าวด้วยว่า ถ้าหากประเทศไทยอยากจะเป็นศูนย์กลางฟุตบอลของอาเซียนต้องเปลี่ยนวิธีคิด อย่าไปปิดกั้น อย่าไปกลัวว่านักฟุตบอลไทยจะไม่มีพื้นที่เล่น ผู้เล่นอาเซียนจะมาแย่งพื้นที่ มองในมุมตรงข้าม นี่ทำให้เกิดการแข่งขัน นักฟุตบอลไทยจะมีแรงจูงใจในการพัฒนาฝีเท้า และยกระดับวงการฟุตบอลไทยโดยรวมในที่สุด