อัลเฟรโด้ดิ สเตฟาโน่ ตำนานนักเตะของทีม "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ก็เป็นหนึ่งในดาวดังที่ไม่เคยผ่านเวิลด์คัพเช่นกันทั้งที่กวาดแชมป์กับสโมสรมานับไม่ถ้วนแต่สาเหตุที่เขาไม่ได้เล่นในฟุตบอลโลกแม้สักครั้งในชีวิตกลับไม่ได้มาจากชาติกำเนิดเหมือนนักเตะรายอื่นๆ
อัลเฟรโด้ดิ สเตฟาโน่ เกิดที่ประเทศอาร์เจนติน่า และเริ่มค้าแข้งให้กับ ริเวอร์เพลท จนได้รับโอกาสให้ติดทีม"ฟ้าขาว" ในปี 1947 อย่างไรก็ตามในศึกฟุตบอลโลกปี 1950อาร์เจนติน่าถอนตัวไม่ลงแข่งเพราะมีข้อพิพาทกับสหพันธ์ฟุตบอลบราซิลที่เป็นเจ้าภาพทำให้ ดิ สเตฟาโน่ พลาดโอกาสสัมผัสบรรยากาศในฟุตบอลโลกไปโดยปริยาย
นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันนั้นคือในปี 1949 ดิ สเตฟาโน่ ได้ย้ายไปร่วมทีม มิลโลนาริออสในประเทศโคลอมเบีย รวมถึงได้รับโอกาสให้เล่นทีมชาติโคลอมเบียด้วยแต่เวลานั้นฟีฟ่าได้สั่งแบนทีมชาติโคลอมเบียทุกระดับเนื่องจากวงการฟุตบอลในประเทศวุ่นวายและมีการแทรกแซงจากกลุ่มการเมืองต่างๆด้วยเหตุนี้ในฟุตบอลโลกปี 1950 จึงไม่มีทั้งโคลอมเบีย,อาร์เจนติน่า และ ดิ สเตฟาโน่ เช่นเดียวกับฟุตบอลโลก 1954 ที่โคลอมเบียยังถูกแบนอยู่ ส่วนอาร์เจนติน่าถอนตัว
โอกาสของดิ สเตฟาโน่ มาถึงอีกครั้งในปี 1956เมื่อเจ้าตัวซึ่งย้ายมาค้าแข้งให้กับ เรอัล มาดริด ได้โอนสัญชาติเป็นสเปนพร้อมกับเล่นให้ทีม "กระทิงดุ" ลงแข่งฟุตบอลโลก 1958 รอบคัดเลือกด้วย แต่โชคร้ายก็มาเยือนอีกครั้งเมื่อ สเปนไม่ผ่านรอบคัดเลือก โดยมีแต้มน้อยกว่า สกอตแลนด์ ไปแค่คะแนนเดียว ทำให้ ดิสเตฟาโน่ ชวดลุยฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3
โอกาสของดิ สเตฟาโน่ มาถึงอีกครั้งในปี 1962ซึ่งแม้ว่าขณะนั้นเจ้าตัวจะมีอายุถึง 36 ปีแล้วแต่ฝีเท้าก็ยังเก่งกาจจนยังเป็นกำลังหลักให้สเปนมาได้ตลอด และในฟุตบอลโลกครั้งนั้นสเปนก็ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จด้วย อย่างไรก็ตามแม้บุญจะมีแต่ก็เหมือนมีกรรมมาบัง เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บหนักก่อนศึกฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นไม่นานทำให้ถูกตัดชื่อออกจากทีมชาติสเปนไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งหลังจากนั้น ดิ สเตฟาโน่ก็ประกาศอำลาทีมชาติไปในที่สุด
แม้การเล่นฟุตบอลในระดับทีมชาติจะไม่ประสบความสำเร็จใดๆแต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธถึงความยอดเยี่ยมของนักเตะผู้นี้ โดย ดิ สเตฟาโน่ เป็นผู้นำทัพ"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ถึง 5สมัยซ้อน รวมถึงคว้าแชมป์ลีกสเปนอีก 8 ครั้งพร้อมกับได้รับการยกย่องจากนักเตะทั่วโลกว่านี่คือนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกตัวจริง