เนชั่นทีวี

กีฬา

Story Sharing By น้ำดื่ม ตราสิงห์ :ฟุตบอลโลกของทีมที่ห่วยที่สุดในโลก [2 ก.ค. 61]

02 ก.ค. 2561 | sippa035

Story Sharing By น้ำดื่ม ตราสิงห์ :ฟุตบอลโลกของทีมที่ห่วยที่สุดในโลก [2 ก.ค. 61]

ในปี 2002 นอกจากจะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกันแล้ว อีกมุมหนึ่งของโลกก็มีแมตช์ที่เข้มข้นไม่แพ้กัน นั่นคือศึก "หนี" ตำแหน่งทีมที่ห่วยที่สุดในโลก ระหว่าง ทีมชาติภูฏาน กับ ทีมชาติมอนต์เซอร์รัต

สาเหตุที่การแข่งขันระหว่างสองชาติดังกล่าวเกิดขึ้นมาได้และเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลกได้นั้น เนื่องมาจากการที่ทีม "อัศวินสีส้ม"ฮอลแลนด์ ไม่ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 2002 ทำให้สองเพื่อน"มัทไธจส์ เดอ ยองห์" และ "โยฮันน์คราเมอร์"พนักงานบริษัทโฆษณาชาวดัตช์รู้สึกเซ็งอย่างมากที่โปรแกรมลาพักร้อนไปเชียร์ทีมบ้านเกิดถึงดินแดนอาทิตย์อุทัยที่ตัวเองวางแผนมานานนับปีมีอันต้องล่มลงไปทั้งคู่เลยตัดสินใจแก้เซ็งด้วยการพยายามจัดแมตช์กระชับมิตรของทีมชาติที่ได้ชื่อว่า"ห่วย" ที่สุดในโลก คือ ทีมชาติภูฏาน และ ทีมชาติมอนต์เซอร์รัตสองทีมที่มีอันดับต่ำที่สุดจากการจัดอันดับของฟีฟ่าในขณะนั้น โดย"ภูฏาน" ยังไม่เคยชนะใครเลยนับตั้งแต่เริ่มมีการก่อตั้งทีมชาติขึ้นมาในปี1982 ขณะที่ "มอนเซอร์รัต"ประเทศหมู่เกาะเล็กๆในแถบแคริบเบียน ก็ชนะแค่ 2นัดเท่านั้นในรอบกว่า 50 ปี 



           เมื่อไอเดียบังเกิดทั้งคู่รีบติดต่อสมาคมฟุตบอลของทั้งสองประเทศทันทีเพื่อให้แมตช์นี้เกิดขึ้นให้ได้โดยแม้ในตอนแรกทั้งสองชาติจะไม่เห็นด้วยเนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่จะมาจัดแข่งกันแบบนี้แต่สุดท้ายก็ตกลงมาแข่งกันในที่สุดเนื่องจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายมองว่าการมีแมตช์นี้น่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ประเทศตัวเองได้ 



            ในที่สุดแมตช์พิเศษดังกล่าวก็จัดขึ้นโดยแข่งกันที่สนาม ชางลิมิทัง สเตเดี้ยมสนามที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,300 เมตร ที่ตั้งอยู่ ณกรุงทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน ในวันที่ 30 มิถุนายน 2002 ซึ่งเป็นวันเดียวกับนัดชิงชนะเลิศ เวิลด์ คัพ 2002ระหว่างบราซิลกับเยอรมนีนั่นเอง ท่ามกลางผู้ชมกว่า 15,000 คนและมี สตีฟ เบนเน็ตต์ กรรมการชื่อดังจากอังกฤษ ให้เกียรติมาทำหน้าที่ตัดสิน 



            ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมชาติภูฏาน เป็นฝ่ายถล่ม มอนต์เซอร์รัต ไปขาดลอย 4-0 โดยวังเก ดอร์จี ทำแฮตทริคในนาทีที่ 4, นาทีที่ 67 และนาทีที่ 78 ส่วนอีกประตูได้จาก ดีเนช เชตรีในนาทีที่ 76 ซึ่งก็ทำให้ทีมชาติภูฏานคว้าชัยชนะแมตช์แรกนับตั้งแต่ก่อตั้งทีมได้สำเร็จและเป็นครั้งแรกเช่นกันทีมภูฏานไม่เสียประตูในการแข่งขันระดับชาติ ขณะที่มอนต์เซอร์รัต มีการบันทึกไว้ว่าพวกเขาได้โอกาสง้างเท้ายิงแค่ครั้งเดียวตลอดทั้ง 90 นาที 



            ทั้งนี้แมตช์ดังกล่าว ได้มีการถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีด้วย โดย โยฮันน์ คราเมอร์หนึ่งในผู้ริเริ่มจัดแมตช์นี้รับหน้าที่กำกับเอง โดยใช้ชื่อว่า "TheOther Final" ซึ่งสารคดีดังกล่าวก็ไปคว้ารางวัล"สารคดียอดเยี่ยม" ของงาน อาวีญง ฟิล์ม เฟสติวัล เมื่อปี 2003 รวมถึงได้รางวัล "สารคดีที่ถูกกล่าวถึงเป็นพิเศษ" ของงานเบอร์มิวด้า อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์ม เฟสติวัล ในปีเดียวกันอีกด้วย  

ข่าวล่าสุด