ทางด้าน รางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ได้แก่ วิศักดิ์ศิลป์ วังเอก หรือ "เจ้าแหลม" ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นักชกขวัญใจมหาชน เข้าของแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท WBC 115 ปอนด์ ซึ่งปีที่แล้วเดินทางไปชกป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก ที่สหรัฐอเมริกา เอาไว้ได้อย่างสวยงาม ถึง 2 ไฟต์ โดยไฟต์แรกชนะน็อก ฮวน โรมัน กอนซาเลซ คู่ชกชาวนิคารากัว ยกที่ 4 จากนั้น ไฟต์ที่ 2 ชนะคะแนน ฮวน ฟราสซิสโก เอสตราดา ยอดมวยจากเม็กซิโก
ส่วนรางวัลอื่นๆ มีดังนี้ รางวัลนักกีฬาเยาวชนชายยอดเยี่ยม ได้แก่ "เจ้าวิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาแบดมินตันเยาวชนทีมชาติไทย, รางวัลนักกีฬาเยาวชนหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ "น้องจีน" อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟหญิงทีมชาติไทย, รางวัลผู้ฝึกสอนกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ นายโชคชัย พิสิฐวุฒินันท์ เทรนเนอร์ของศรีสะเกษ, รางวัลสมาคมกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ, รางวัลทีมกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2018 พร้อมคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2019 รอบสุดท้าย ที่ฝรั่งเศส, รางวัลนักกีฬาคนพิการชายยอดเยี่ยม ได้แก่ พงศธร พันธ์ติ๊บ นักกีฬาคาราเต้โดคนหูหนวกทีมชาติไทย , รางวัลนักกีฬาคนพิการหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ อำนวย เวชวิฐาน นักกีฬาแบดมินตันคนพิการทีมชาติไทย, รางวัลเอกชัย นพจินดา ได้แก่ เด็กชายธีปะกร นิยม นักฟุตบอลโรงเรียนคลองลำเจียก กรุงเทพมหานคร
รางวัลบุคลากรทรงคุณค่าในวงการกีฬา จำนวน 17 คน ประกอบด้วย คุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, นายสกล วรรณพงษ์, นายสังเวียน บุญโต, นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์, นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์, นางบุษบา ยอดบางเตย, ผศ.พิมล ศรีวิกรม์, พล.อ.เดชา เหมกระศรี, นางนวลพรรณ ล่ำซำ, นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม, นายธวัช กุมุทพงษ์พานิช, นายนพพร วาทิน , รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม, นายสินธุ พูนศิริวงศ์, นายสมพร ใช้บางยาง, นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ และนายศุภชัย เจียรวนนท์ นอกจากนี้ยังมีรางวัลผู้เผยแพร่ศิลปะมวยไทยในต่างประเทศยอดเยี่ยม ได้แก่ สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง.