การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงเล็งเห็นโอกาสในการสนับสนุนกิจกรรมกีฬาในจังหวัด และสร้างแหล่งท่องเที่ยงทางกีฬาที่มีความยั่งยืน ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจให้กับชุมชนและประชาชน ให้มีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนาการจัดกิจกรรมกีฬา ที่เน้นความสะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ และยั่งยืนในอนาคต ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลพบว่า จังหวัดระยองและจังหวัดอุบลราชธานี ยังมีพื้นที่ทางการเกษตรที่สามารถเปิดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองรองที่น่าสนใจ และยังคงรักษาไว้ซึ่งวิถีชีวิตชุมชน และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะใช้เป็นจังหวัดนำร่อง ในการสร้างต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจให้กับ จังหวัดอื่น ๆ ชุมชนอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาชุมชนให้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาภายในจังหวัดและแหล่งท่องเที่ยงเชิงกีฬาอย่างยั่งยืนต่อไป"
พันโท รุจ แสงอุดม กล่าวต่อว่า "การเจริญเติบโตของกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง ในปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวและนักกีฬากว่า 19% สนใจกีฬาปีนภูเขา, 29% สนใจกีฬาปั่นจักรยาน และอีก 52% ให้ความสนใจกีฬาวิ่งทุกประเภท และในขณะนี้ประชาชนในประเทศกว่า 18 ล้านคน เริ่มหันมาสนใจกิจกรรมดังกล่าวและเริ่มทดลองเข้าร่วมแข่งขันด้วยตนเองมากกว่าการชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์ จึงทำให้เกิดกระแสการดูแลสุขภา และรักการออกกำลังกายอย่างแพร่หลายมากขึ้นทั้งในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน อาทิเช่น มาเลเซีย, ฮ่องกง, สิงค์โปร ฯลฯ ก็ปรากฏสถิตินี้เช่นเดียวกัน"
"ปัจจุบัน เรามีนโยบายด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (sports tourism) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่นิยมการออกกำลังกายพร้อม ๆ ไปกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ มากขึ้น ประกอบกับความร่มรื่นของธรรมชาติในชุมชนเกษตรกรชาวสวนยางพารา และวิถีธรรมชาติดั้งเดิมของคนในชุมชน เป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดให้เกิดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน ในจังหวัดได้อีกด้วย โครงการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาภายในจังหวัด "วิ่งสร้างคน คนสร้างบ้าน ชุมชนสวนยางเปิดบ้านชวน วิ่งท่อง ล่องสวนยาง" จึงได้เริ่มขึ้น และเป็นโครงการที่จะเป็นต้นแบบในการส่งเสริมการออกกำลังกาย และพัฒนาพื้นที่ในชุมชมให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างยั่งยืนของจังหวัด ได้ต่อไป"