แจ็คสัน โคเอลโญ ฤดูกาลที่ผ่านมาลงเล่นให้ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว และทำไปถึง 34 ประตู ก่อนที่จะไม่ได้รับการต่อสัญญาและถูกปล่อยตัวกลับต้นสังกัดที่เบลเยียม จนในที่สุด กิเลนผยอง ก็คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยสัญญา 2 ปี บวกออปชั่นเสริมและสวมเสื้อเบอร์ 50
บิ๊กเป้ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร กิเลนผยอง กล่าวว่า การคว้าตัว จาจ้า เข้ามาร่วมทีมถือเป็นดีลที่สำคัญสำหรับสโมสร หลังจากที่ทีมต้องเสียผู้เล่นตัวหลักหลายคนไปเล่นลีกต่างประเทศ จึงต้องหาตัวทดแทนที่มีคุณภาพเข้ามา เพื่อเป้าหมายของทีมในการลุ้นแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่งขัน รวมถึงเข้ารอบแบ่งกลุ่มเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกด้วย
ยอมรับว่าเป็นดีลที่ไม่ง่าย เพราะหลายๆ ทีมก็ยื่นข้อเสนอให้จาจ้าเช่นกัน ทั้งในไชนีส ซูเปอร์ลีก และลีกในเอเชียตะวันออกกลาง รวมถึงไทยลีกเอง ดังนั้นจึงดีใจที่สามารถซื้อตัวมาร่วมทีมได้ เชื่อว่าจะเป็นการทดแทนการขาดหายไปในแนวรุกของทีมได้อย่างแน่นอน โดยสโมสรจะส่งชื่อลงแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ กับยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ในวันที่ 23 มกราคมนี้ทันที
กรณีที่อดีตสโมสรของจาจ้า พูดถึงเรื่องความประพฤตินั้น ผมมองไปที่ความเป็นมืออาชีพ ให้เขาพิสูจน์ตัวเองในสนามดีกว่า กฎของสโมสรเองก็มีเช่นกัน แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรแบบนั้น ดังนั้นคงยังไม่สามารถบอกอะไรได้ รณฤทธิ์ กล่าว
ขณะที่จาจ้า กล่าวว่า มีความสุขที่ได้มาร่วมทีมนี้ โดยมีเป้าหมายคือการพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้ ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำประตูได้เป็นจำนวนมาก แต่สิ่งสำคัญคือการพาทีมเอาชนะคู่แข่งให้ได้เท่านั้น ส่วนกรณีที่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ เคยพูดถึงพฤติกรรมนอกสนามนั้น ก็ได้ยินเรื่องนี้มาเช่นกัน แต่ก็ขอขอบคุณทีมที่ดูแลอย่างดีในฤดูกาลที่ผ่านมา จะไม่ขอแก้ตัวหรือพูดอะไรนอกสนาม จะให้การเล่นในสนามเป็นคำตอบทั้งหมดเอง และมาเพื่อเล่นฟุตบอลและเล่นเพื่อทีม ขณะที่หากยิงประตูทีมเก่าได้นั้น ถ้าว่ากันไปตามอารมณ์ของเกมก็คงดีใจเช่นกัน