ฝ่าวิกฤตแนวรับ "หงส์แดง"
31 ต.ค. 2560 | te

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ปีนี้ ถือว่ามีความสูสีเป็นอย่างมาก เนื่องจากทีมใหญ่ และทีมเล็กมีศักยภาพแทบไม่ต่างกัน ดูได้จากตารางคะแนน
กีฬา
31 ต.ค. 2560 | te

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ปีนี้ ถือว่ามีความสูสีเป็นอย่างมาก เนื่องจากทีมใหญ่ และทีมเล็กมีศักยภาพแทบไม่ต่างกัน ดูได้จากตารางคะแนน
สำหรับเกมรุกของทีม "หงส์แดง" ในซีซั่นนี้ คงไม่มีข้อสงสัยว่าพวกเขามีคุณภาพมากขนาดไหน จากการนำของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ แต่ปัญหาสำคัญของพวกเขาในฤดูกาลนี้ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และกลายเป็นจุดบอดของทีมซึ่งทำให้ผลงานตกต่ำ นั่นก็คือ "เกมรับ" จนถึงขนาดว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ที่ก่อนหน้านี้มองว่าตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้มีปัญหามากมาย ถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นตำแหน่งที่ผิดพลาดมากที่สุด ซึ่งตนเองพยายามแก้ไขมาโดยตลอดแต่ยังไม่สามารถยกระดับได้เสียที
เนื่องด้วยสไตล์แผนการเล่นที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก จนส่งผลให้กองหลัง และผู้รักษาประตูเกิดช่องโหว่ และข้อผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัดหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในซีซั่นนี้ที่ "หงส์แดง" มีเซ็นเตอร์แบ็กอาชีพอยู่ในทีมเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น ประกอบด้วย รักนาร์ คลาวาน, เดยัน ลอฟเรน, โจเอล มาติป และ โจ โกเมซ ซึ่งคนที่ดูจะฝากความหวังได้มีเพียง มาติป เท่านั้น ขณะที่คนอื่นๆไม่สามารถยืนระยะได้ดีพอ
และจากปัญหากองหลังที่ไม่มีความแข็งแกร่ง และมีจุดอ่อนอย่างมากในการป้องกันลูกโด่ง หรือลูกตั้งเตะ ก็ทำให้พวกเขาต้องเสียแต้มสำคัญมาแล้วหลายต่อหลายเกม ซึ่งทำให้สื่อต่างประเทศออกมาช่วยวิเคราะห์ว่า คล็อปป์ จะสามารถแก้ไขปัญหาในเกมรับได้อย่างไรด้วย 4 ข้อ ดังนี้
1. เปลี่ยนมาเล่นแผนกองหลัง 3 คน
สำหรับในปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ใช้ระบบการเล่น 4-3-3 ซึ่งดูแล้วยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่่ควร ทำให้ คล็อปป์ ควรลองเปลี่ยนมาใช้การเล่นแบบกองหลัง 3 คน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทั้ง อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ เชลซี ที่เปลี่ยนมาใช้แผนดังกล่าวเมื่อซีซั่นที่แล้ว และส่งผลให้ทีมกับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ รวมถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังฟอร์มสุดยอด ก็ใช้ปราการหลังตัวกลาง 3 คนเช่นกัน
โดยก่อนที่ เบรนแดน รอดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง เขาก็เลือกใช้แผนดังกล่าว ซึ่งก็ถือว่าช่วยยกระดับทีมขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่ก็ถือว่ายังไม่มากพอ
ถึงกระนั้นข้อดีของการมีกองหลัง 3 คนคือ พื้นที่สุดท้ายจะมีนักเตะในเกมรับมากขึ้น ซึ่งจะช่วยอุดช่องโหว่ และปกปิดความผิดพลาดส่วนบุคคลของนักเตะได้ไม่มากก็น้อย และจะทำให้ โจ โกเมซ หรือรักนาร์ คลาวาน มีส่วนร่วมกับแผงหลัง และช่วยลดความตื่นตระหนกไปได้ ขณะที่ อัลแบร์โต โมเรโน และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นวิงแบ็กในอุดมคติสำหรับแผนการดังกล่าวอีกด้วย
2. ใช้ โกเมซ เป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวจริง
สำหรับ โกเมซ ถูกเรียกร้องโดยแฟนบอลให้ลงสนามเป็นตัวจริงมาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และก็เป็นเช่นนั้นในเกมที่พ่ายต่อ สเปอร์ส 1-4 ที่เวมบลีย์ ซึ่งช่วงหนึ่งชั่วโมงที่เขาอยู่ในตำแหน่งกองหลังตัวกลางนั้น ดูดีกว่าช่วงครึ่งชั่วโมงอันยากลำบากที่เขาจะต้องทนในตำแหน่งแบ็คขวา
อย่างไรก็ตามปัญหาของอดีตปราการหลังของ ชาร์ลตัน ในการเล่นตำแหน่งกองหลังตัวกลาง คือ ยังขาดประสบการณ์ รวมถึงความคาดหวังในตำแหน่งดังกล่าวนั้นสูงเป็นอย่างมาก จึงทำให้เป็นการเสี่ยงหาก คล็อปป์ จะลองใช้หมากดังกล่าว ถึงแม้ว่าปัญหาในระยะสั้นอาจจะถูกกลบไปด้วยข้อดีในระยะยาวก็ตาม
3. การวางเกมรับที่ควรดีกว่านี้
ที่ผ่านมา คล็อปป์ เลือกใช้แผน 4-3-3 แทนที่จะเป็น 4-2-3-1 ด้วยการมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือ เอ็มเร ชาน เป็นตัวโฮลเดอร์ก่อนแผงกองหลังเพียงตัวเดียว หรือ เรียกในคำสมัยใหม่ว่า นักเตะหมายเลข 6
โดย คล็อปป์ บอกว่า การเสียประตูไม่ได้ขึ้นด้วยผู้เล่นเกมรับทั้ง 4 รวมถึงตัวโฮลเดอร์อีก 1 แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น ซึ่งด้วยการจัดตัวแบบปัจจุบัน ฟูลแบ็คได้รับอิสระในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทำให้หน้าที่ในการดูแลกองหลังสองคนเป็นหน้าที่ของกองกลางตัวโฮลด์บอล
และบางทีการขยับหนึ่งในสองคนนั้นที่เล่นอยู่ด้านหน้ากัปตันทีม ลิเวอร์พูล อย่าง จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม หรือ ชาน ลงมาต่ำมากขึ้น อาจจะสร้างสมดุลที่ดีขึ้นได้ รวมไปถึง มาร์โก กรูยิช กองกลางดาวรุ่งก็น่าจะลงมาเล่นในตำแหน่งดังกล่าวได้เช่นกัน
4. จ้างโค้ชเกมรับ
สำหรับการจ้างโค้ชดังกล่าว ถือเป็นความปรารถนาตั้งแต่วันท้ายๆของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ต้องการลบจุดบอดตรงการเสียประตูที่ง่ายดายเกินไป โดย ซามี่ ฮูเปีย เจมี่ คาราเกอร์ และ ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นสามรายชื่อที่ถูกพูดถึงในฐานะของการเป็นโค้ชที่สามารถสอนให้ ลิเวอร์พูล รู้จักป้องกันได้
อาจเป็นเรื่องที่หายากเป็นอย่างมากที่ทีมจะจ้างโค้ชเกมรับเพิ่มเติม เนื่องจากถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่บางทีโค้ชสักคนที่คุ้นเคยกับการป้องกันอาจจะถูกจ้างมาก็ได้
ถึงกระนั้น คล็อปป์ มีความสุขดีกับทีมงานเกมรับของเขาที่ยกมาจาก ดอร์ทมุนด์ ซึ่งป้องกันได้ดีในช่วงเวลาที่เขาคุมทีมอยู่ ดังนั้นการจ้างโค้ชเกมรับจึงเป็นการทดลองที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และอาจจะไร้จุดหมายมากเกินไป
ถ้าหากลองทำทั้งหมดแล้วยังไม่สามารถจัดการปัญหาเกมรับได้ คงจะเหลือหนทางสุดท้าย นั่นก็คือ การรอให้ตลาดนักเตะหน้าหนาวช่วงเดือน ม.ค. เปิด และคว้านักเตะในเกมรับมาเสริมทีมโดยด่วน ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป