เกมนี้เล่นกันที่ สตาดิโอน ไมจ์สกี้ ในเมือง ตีคี่ โดยเยอรมนี อดีตแชมป์ปี 2009 ขึ้นนำ 1-0 ในนาที 36 มักซ์ เมเยอร์ แทงทะลุช่องเซนเตอร์ฮาล์ฟให้ เยเรมี่ โทลยาน หลุดไปสุดเส้นฝั่งขวาแล้วครอสถึง ดาวี่ เซลเค่ ทิ้งตัวโหม่งปากประตูย้อนศรเสียบสามเหลี่ยม
ก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาทีอังกฤษตีเสมอ 1-1 เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กัปตันทีม เปิดเตะมุมฝั่งขวาลึกถึงเสาไกล คาลั่ม แชมเบอร์ส โหม่งจังหวะแรกติดบล็อกกระดอนมาซ้ำดาบสองก็ถูกขวาง ลูกปลิ้นมาเข้าทาง เดมาไร เกรย์ ฝั่งขวาแปแค่ 8 หลาพุ่งเสยใต้คาน พร้อมเสียงหมดหวีดหมดครึ่งเวลาไม่กี่อึดใจต่อมา
กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 51 อังกฤษ แซงนำ 2-1 ความผิดพลาดของแนวรับเยอรมัน เสียบอลแถวเขตโทษตัวเองถูก วิลล์ ฮิวจ์ ฉกได้โยกหลอกตัวประกบแล้วปาดเรียดถึง แทมมี่ อับราแฮม แปเผาขน 6 หลาตุงตาข่าย
แต่นาที 70 เยอรมนีตามตีเสมอ 2-2 มักซิมิเลี่ยน อาร์โนลด์ เตะมุมฝั่งซ้าย มาที่เสาแรก เฟลิกซ์ พลัตต์ ฉีกตัวประกบสะบัดศีรษะโหม่งแรงพุ่งเสียบใต้คาน จากนั้นไม่มีการทำประตูกันได้ หมดเวลาปกติเสมอ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษ ซึ่งก็ไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้อีก จบเกม 120 นาที ทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2 ทำให้ต้องยิงจุดโทษตัดสิน
ผลปรากฏว่า เยอรมนีชนะจุดโทษ 4-3 โดย นาเดียม อามิรี่ มิดฟิลด์ตัวสำรองยิงจุดโทษเป็นคนสุดท้ายให้เยอรมัน ส่วนอังกฤษ คนสุดท้ายที่ยิงพลาดคือ เนธาน เร้ดมอนด์ ปีกตัวสำรองยิงไปติด ยูเลี่ยน โพลเลอร์สเบ็ค นายทวาร
ส่งผลให้เยอรมันผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ กับ "กระทิงดุน้อย" สเปน ที่คว่ำ "อัซซูร์รินี่" อิตาลี แชมป์ 5 สมัย 3-1
โดยหลังจากที่ครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0 พอมาครึ่งหลัง นาที 53 สเปน ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส เลี้ยงบอลตัดเข้ากลางก่อนส่งบอลมาถึง ซาอูล ญีเกซ แตะด้วยขวาก่อนตะบันด้วยซ้ายผ่านมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เข้าไปให้ทีมนำก่อน 1-0
สถานการณ์ของ อิตาลี แย่ไปกันใหญ่ นาที 58 มาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ โดนเหลืองที่สองเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนามไป
แต่อิตาลีที่ตัวน้อยกว่าก็ทำมาได้ประตูตีเสมอจนได้ บอลมาเข้าเท้า เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ที่ยิงไปแฉลบแนวรับสเปนเข้าไปให้ทีมกลับมาเสมอ 1-1 สำเร็จ
ทว่า นาที 65 แฟนบอลสเปนต้องเฮลั่นอีกหน หลัง ญีเกซ รับบอลจาก เคราร์ด เดวโลเฟว ก่อนจะตั้งป้อมซัดไกลกว่า 30 หลาบอลพุ่งผ่านมือ ดอนนารุมม่า เข้าไปอีกครั้ง สเปน นำห่างเป็น 2-1
จากนั้น นาที 74 มาร์โก อเซนซิโอ ใช้ความเร็วกระชากบอลถึงเส้นหลังก่อนตบมาหน้าประตูให้ ญีเกซ คนเดิมยิงเข้าไปนำห่าง 3-1 และเป็นแฮตทริกของห้องเครื่องจากทีม แอตเลติโก มาดริด ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวที่ 5 ประตู
ก่อนที่ช่วงเวลาที่เหลือไม่สามารถทำอะไรเพิ่มเติมได้ จบเกม สเปน ไล่บดเอาชนะ อิตาลี ไป 3-1 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะพบกับ เยอรมัน โดยจะชิงดำกันในวันที่ 30 มิถุนายน นี้ ที่ คราคอฟ สเตเดี้ยม เมืองคราคอฟ ประเทศโปแลนด์ เวลาตีหนึ่ง 45 นาที ตามเวลาในไทย