เกมแรกที่รอสตอฟเสมอกันมา 1-1 โดยแมนฯยูฯ ยิงนำก่อนในครึ่งแรกจาก เฮนริค มคิทาร์ยาน แต่โดนเจ้าถิ่นตามตีเสมอได้จาก อเล็กซานเดอร์ บูคารอฟ ในครึ่งหลัง
สภาพทีม กุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ จะได้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก่งกลับมาอยู่ในทีมเกมยุโรป ระหว่างที่กำลังติดโทษแบน 3 นัดในประเทศ แต่ เวย์น รูนี่ย์ กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จะพลาดลงสนามต่อไป เพราะปัญหาบาดเจ็บ
การจัดทีม มูรินโญ่เลือกใช้ระบบกองหลัง 3 คนมาแล้ว 2 นัดติด แต่เกมนี้อาจกลับมาเล่นกองหลัง 4 คนตามเดิม เริ่มจากผู้รักษาประตูให้ เซร์คิโอ โรเมโร่ เฝ้าเสาเหมือนนัดแรก // แผงหลัง อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เอริก ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์ แดนกลาง อันเดร์ เอร์เรร่า คุมเกมร่วมกับ ปอล ป็อกบา
ด้าน แนวรุก เจสซี่ ลินการ์ด, เฮนริค มคิทาร์ยาน, ฆวน มาต้า และหน้าเป้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ฝั่งรอสตอฟ กุนซือ อิวาน ดานิเลียนท์ส มีปัญหาในการจัดทัพ อเล็กซานดรู กัตชาน มิดฟิลด์มอลโดว่า กับ ทิโมเฟ คาลาเชฟ กองกลางเบลารุส จะติดโทษแบนเกมนี้ // แถม วลาดิเมียร์ กรานัต กองหลังคนสำคัญที่บาดเจ็บมาจากนัดแรก ก็ยังต้องพักรักษาตัวอยู่ด้วย
นอกนั้นไม่มีปัญหา เซซ่าร์ นาบาส กองหลังชาวสเปนพร้อมคุมแนวรับ, คริสเตียน โนโบอา มิดฟิลด์เอกวาดอร์คุมแดนกลาง และแนวรุกพึ่ง อเล็กซานเดอร์ บูคารอฟข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ แมนฯ ยูไนเต็ดไม่เคยแพ้ในบ้านต่อคู่แข่งจากรัสเซียในถ้วยยุโรป แต่ 3 จาก 4 เกมดังกล่าวจบลงด้วยผลเสมอ
นี่เป็นเกมแรกของรอสตอฟที่เล่นในอังกฤษ โดยทีมจากรัสเซียบุกชนะแค่ 2 จาก 26 เกมหลังสุดที่เยือนเมืองผู้ดีในถ้วยยุโรป ส่วนที่เหลือ เสมอ 7 นัด แพ้ถึง 17 นัด
แมนฯยูฯ ไม่แพ้ใน 15 เกมยุโรปหลังสุดที่เล่นในบ้าน คือรวมรอบคัดเลือก แล้วชนะ 12 เสมอ 3 // แต่ รอสตอฟเองก็แพ้แค่ 3 จาก 14 เกมหลังสุดในยุโรป คือรวมรอบคัดเลือกแล้ว ชนะ 4 นัด เสมอ 7 นัด
ขณะเดียวกัน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิง 5 ประตู 2 แอสซิสต์ในยูโรปา ลีก ฤดูกาลนี้ โดย 4 ประตูจากจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด