แต่อะไรทำให้นักเตะวัย 23 ปีจากจังหวัดสมุทรปราการ คนนี้ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ และค่าตัวอันสูงลิ่วของ ธนบูรณ์ กำลังเป็นสัญญาณฟองสบู่ของธุรกิจฟุตบอลระดับไทยลีก ซึ่งเป็นฟุตบอลระดับสูงสุดของประเทศหรือไม่ธนบูรณ์ ฉายแววตั้งแต่ติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีครั้งแรก ลีลาการเล่นของ ธนบูรณ์ เข้าตาสต๊าฟโค้ชของทีมบีอีซี-เทโร ทีมฟุตบอลแนวหน้าของประเทศเป็นพิเศษนับจากนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรจะหยุดความรุ่งของ ธนบูรณ์ ได้ และในที่สุดความฝันสูงสุดของ ธนบูรณ์ ก็เป็นจริง เมื่อเขาได้ลงสนามในฐานะกองหลังของทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองเหรียญทองซีเกมส์2 สมัยในปี2556 และ2558 และแชมป์ฟุตบอลเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2557 คือผลงานอันโดดเด่นทีมชาติไทยที่ ธนบูรณ์ มีบทบาทอย่างมากในการทำให้เกิดขึ้น
แต่ก่อนจะมีวันนี้ วันที่ฟุตบอลอาชีพกลายเป็นธุรกิจมูลค่ามหาศาล วันที่สนามฟุตบอลเต็มไปด้วยแฟนบอลและเสียงเชียร์ และวันที่นักเตะเป็นทั้งดาราและมหาเศรษฐี ฟุตบอลไทยและนักเตะไทยต้องผ่านช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด อัฒจันทร์ที่เต็มไปด้วยความเงียบเหงา และบ่อยครั้งที่การแสดงตลกในช่วงพักครึ่งเวลาอาจจะช่วยเรียกคนดูได้มากกว่าเกมส์การแข่งขัน
ดัสกร ทองเหลา ยังจำห้วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี "ในยุคนั้นมีนักเตะที่เป็นที่รู้จักกันหลายคน ผมเป็นหนึ่งในนักเตะเยาวชนที่ถูกดันขึ้นมาเล่นกับพี่ๆ บรรยายกาศช่วงนี้เป็นสิ่งที่ดีมากเพราะผมได้เกี่ยวสิ่งต่างๆ จากรุ่นพี่ ในตอนนั้นฟุตบอลไทยก็จะมีอยู่สองสนามกลางคือ สนามเทพหัสดิน กับ สนามศุภฯ ที่ใช้เเข่งขัน ก็จะมีดาราตลกมาเล่นพักครึ่งเพื่อเรียกคนดู ในขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านนั้นฟุตบอลก็มีความนิยมมาก นักเตะไทยก็ออกไปเล่นในต่างประเทศกันเยอะ เพราะด้วยรายได้ที่สูงซึ่งเทียบกับยุคนี้มันก็ต่างกันเยอะจริงๆ"
เมื่อฟุตบอลไม่ใช่กีฬาที่สร้างความตื่นเต้นหรือความสนใจให้กับคนไทยได้ นักเตะที่ดีที่สุดของไทยในยุคนั้นจึงไม่มีทางเลือก ดัสกร เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองดุสิต เฉลิมแสน และนักเตะดาวรุ่งอีกหลายคนตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังดินแดนที่ให้การต้อนรับที่อบอุ่นกว่า พร้อมค่าตอบแทนที่ดีกว่า เวียดนาม และสิงคโปร์เป็นเป้าหมายใหญ่ของนักเตะไทยในยุคนั้น
เวียดนามเพิ่งจะฟื้นจากความบอบช้ำจากสงครามไม่ได้นานและกำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ และฟุตบอลอาชีพเป็นธุรกิจที่เริ่มเฟื่องฟู และเวียดนามได้กลายเป็นแหล่งขุดทองสำหรับนักฟุตบอลไทยเหล่านี้
ขณะที่วงการฟุตบอลไทยในวันนั้นถูกปล่อยปละละเลย เวียดนามเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ฟุตบอลอาชีพเกิดให้ได้ แต่วันเวลาของการขุดทองในประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ยั่งยืนมากนัก การพนันและการตัดสินที่ค้านสายตาผู้ชมบ่อยครั้งที่ตามมาด้วยความวุ่นวายในสนาม ทำให้ความนิยมของกีฬาฟุตบอลในประเทศเหล่านี้ถดถอย พร้อมๆ กับการออกถอยห่างของสปอนเซอร์
แต่ไม่ว่าวงการฟุตบอลไทยจะซบเซาแค่ไหน ฟุตบอลก็ยังเป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย ในที่สุดฟุตบอลไทยก็กลับมาเฟื่องฟูในทุกระดับอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานักเตะไทยไม่ต้องดิ้นรนไปหากินในต่างประเทศอีกต่อไป การกลับประเทศไทยของดัสกร ทองเหลา หลังค้าแข้งในเวียดนามเมื่อ 7 ปีที่แล้วด้วยค่าตัวกว่า 6 ล้านบาท อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการบูมของฟุตบอลไทยที่มาพร้อมกับคำพูดที่ว่า "แข้งไทย..ค่าตัวหลักล้าน..ค่าเหนื่อยหลักแสน..."
สำหรับนักเตะไทยในยุคนั้น ค่าตัวกว่า 6 ล้านบาท พร้อมค่าเหนื่อยอีกเดือนละเกือบ 3 แสนบาท เป็นตัวเลขที่สร้างความตื่นตะลึงได้พอสมควร มันเป็นเงินลงทุนทุบสถิติไทยพรีเมียร์ลีกที่ทีม "กิเลนผยอง" เมืองทอง ยูไนเต็ด ยอมทุ่มเพื่อดึงนักเตะฝีมือแพรวราวคนนี้จากทีมฮอง อัน ยาลาย ของเวียดนามให้กลับมาค้าแข้งที่เมืองไทยอีกครั้ง
ภายในชั่วข้ามคืนสโมสรเมืองทองได้กลายเป็นเจ้าของฉายา "เจ้าบุญทุ่ม" รายใหม่ทันที และคงไม่ผิดถ้าจะบอกว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการซื้อตัวนักเตะดังของทีมฟุตบอลในไทย