การขับเคี่ยวในประเภทชาย เมื่อเริ่มต้นปี 2016 ไม่มีใครคาดคิดว่า โนวัค ยอโควิช ยอดนักหวดลูกสักหลาดชาวเซิร์บ จะเสียตำแหน่งมือ 1 ของโลก โดยเฉพาะเมื่อเขาสามารถคว้าแชมป์ชายเดี่ยวรายการออสเตรเลียน โอเพ่น ได้เป็นสมัยที่ 6 ด้วยการเอาชนะ แอนดี้ มาร์รีย์ ตามมาด้วยยอโควิชมาย้ำแค้นมาร์รีย์อีกหนในนัดชิงชนะเลิศรายการเฟร้นช์ โอเพ่น และเป็นแชมป์รายการนี้เป็นสมัยแรกของยอโควิชด้วย
แต่พอเข้าช่วงกลางปี ฟอร์มการเล่นของยอโควิชเริ่มตกลง ยอโควิชในฐานะแชมป์เก่า เขาตกรอบ 3 ที่วิมเบิลดัน เมื่อโดน แซม เคอร์เรย์ นักเทนนิสชาวอเมริกัน หวดตกรอบ ผิดกันกับมาร์รีย์ เขาคว้าแชมป์ชายเดี่ยวมาครองด้วยการเอาชนะ มิลอส ราโอนิค จากแคนาดา ซึ่งนับเป็นแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่สองของนักหวดเลือดสกอตต์รายนี้ ต่อจากปี 2013
จากนั้นมาร์รีย์มาคว้าเหรียญทองชายเดี่ยวในโอลิมปิก ที่บราซิล ซึ่งนับเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ในโอลิมปิกของมาร์รีย์ ต่อจากลอนดอน เกมส์ ในปี 2012 ด้วย
ในขณะที่ยอโควิชกลับร่วมแค่รอบแรก เมื่อแพ้ให้กับ มาร์ติน เดล ปอโตร จากอาร์เจนติน่า ทั้งที่เดล ปอโตร เพิ่งกลับคืนสู่คอร์ทไม่นาน หลังจากหยุดพักไป 2 ปี เพราะบาดเจ็บข้อมือจนต้องผ่าตัด
หลังจากนั้น ฟอร์มของยอโควิชไม่กระเตื้อง ผิดกับมาร์รีย์ที่ไล่กวาดแชมป์ จี้คะแนนสะสม จนขึ้่นมาครองมือ 1 โลก หลังจบรายการปารีส มาสเตอร์ส ที่ฝรั่งเศส ที่มาร์รีย์คว้าแชมป์ไปครอง ด้วยการหวดชนะ จอห์น อิสเนอร์ นักหวดชาวอเมริกันได้สำเร็จ ส่วนยอโควิชสิทธิ์เสียตำแหน่งมือ 1 โลกที่ครอบครองมายาวนาน 122 สัปดาห์ หลังตกรอบ 8 คนสุดท้าย เมื่อโดน มาริน ซิลิช มือหวดจาก โครเอเชีย เขี่ยตกรอบ
มาร์รีย์มาตอกย้ำสถานะการเป็นมือ 1 โลกประเภทชายคนใหม่ ด้วยการคว้าแชมป์เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟน่อลส์ ด้วยการเอาชนะยอโควิชในรอบชิงชนะเลิศ ปิดฤดูกาลแข่งขันปี 2016 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งปี 2016 มาร์รีย์ได้แชมป์ไปครองรวมแล้ว 9 รายการ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องประหลาดใจที่เขาจะได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในฐานะนักกีฬาประเภทบุคคลหลาบสถาบัน รวมไปจนถึงได้รับได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวินเป็นท่านเซอร์ เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา
ด้านในประเภทหญิงเดี่ยวก็เช่นกัน คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีใครโค่นนักหวดหญิงแกร่งชาวอเมริกันอย่าง เซเรน่า วิลเลียมส์ ได้ แม้เธออายุ 35 ปีแล้วก็ตาม แองเจลิค แคร์เบอร์ โชว์ฟอร์มเยี่ยมตั้งแต่ต้นปี เธอคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวออสเตรเลียน โอเพ่น ด้วยการเอาชนะ เซเรน่า ซึ่งเป็นแชมป์ระดับแกรนด์แลมแรกในชีวิตของเธออีกด้วยก่อนที่เซเรน่าจะมาเอาคืนในรายการวิมเบิลดัน เมื่อเธอคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวด้วยการเอาชนะแคร์เบอร์ คืน ซึ่งนับเป็นแชมป์แกรนด์สแลม รายการที่ 22 ของเซเรน่า
แต่แล้วเซเรน่าก็มาเสียมือ 1 โลกที่ครองมายาวนานถึง 186 สัปดาห์ติดต่อกันให้กับแคร์เบอร์ เมื่อเธอตกรอบรองชนะเลิศรายการยูเอส โอเพ่น โดยพลิกล็อคแพ้ให้กับ แคโรลิน่า พลิสโคว่า มือรองบ่อนจากสาธารณรัฐเช็ก แล้วพลิสโคว่าก็มาแพ้ให้กับแคร์เบอร์ในรอบชิงชนะเลิศ นั่นเอง
นอกเหนือจากแชมป์หญิงเดี่ยว 2 รายการแกรนด์สแลมแล้ว อีกหนึ่งผลงานเด่นของแคร์เบอร์คือในโอลิมปิกที่บราซิล แม้ว่าเธอจะได้แค่เหรียญเงิน เพราะแพ้ โมนิก้า ปูอิก จากเปอร์โตริโก้ ในรอบชิงชนะเลิศก็ตาม
การขึ้นเป็นมือ 1 โลกของแคร์เบอร์ ทำให้เธอเป็นสาวเยอรมันคนแรกที่ได้รางวัลนี้ต่อจาก สเตฟฟี กราฟ ตำนานนักหวดลูกสักหลาดรุ่นพี่ร่วมชาติอีกด้วย