จากรายงานที่หนังสือพิมพ์เดอะ เทเทกราฟ รายงานข่าวว่า อัลลาไดช์ ได้ร่วมมือกับนักธุรกิจรับเงินใต้โต๊ะมีการเรียกร้องเงินร่วม 4 แสนปอนด์จากการซื้อขายนักเตะ และเชื่อกันว่าเป็นการซื้อตัว เอเนร์ บาเลนเซีย กองหน้าทีมชาติเอกวาดอร์ในสมัยที่คุมทีมเวสต์แฮมก็ได้รับเงินทำนองนี้เช่นกัน
ล่าสุดสมาคมฟุตบอลอังกฤษทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงแต่จากหลักฐานที่มัดแน่นทำให้กุนซือวัย 61 ปีต้องแยกทางพร้อมทิ้งสถิติสุดทึ่งคุมทีมชนะ 100% คือนัดเดียวเลิก
"เอฟเอขอยืนยันว่าแซม อัลลาร์ไดซ์ได้อำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"สมาคมออกแถลงการณ์
"ความประพฤติของอัลลาร์ไดซ์ที่มีการรายงานข่าวในวันนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมต่อตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เขายอมรับว่าเขาได้ทำพลาดและได้กล่าวขอโทษแล้ว"
"อย่างไรก็ตามสืบเนื่องจากการกระทำของเขาที่ค่อนข้างหนักหนา ทางเอฟเอและอัลลาร์ไดซ์ได้ตกลร่วมกันในการยกเลิกสัญญาโดยมีผลทันที"
"นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่มีบทลงโทษเพียงเล็กน้อยแต่งานหลักของเอฟเอคือการปกป้องประโยชน์ของเกมฟุตบอลในวงกว้างและรักษามาตรฐานสูงสุดต่อความประพฤติในเกมฟุตบอล"
"ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเป็นตำแหน่งที่จะต้องแสดงถึงความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งและแสดงออกถึงความเคารพเกมอย่างสมบูรณ์แบบ"
"แกเร็ธ เซาธ์เกทจะเข้ารับตำแหน่งแทนใน 4 เกมหน้าที่พบกับมอลต้า,สโลวีเนีย,สก็อตแลนด์และสเปนซึ่งในระหว่างนั้นเอฟเอจะเริ่มต้นหาผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนต่อไป"
"เอฟเอขออวยพรให้แซมโชคดีในอนาคต"
สำหรับข่าวฉาวหนนี้ทำให้อัลลาร์ไดซ์อับอายอย่างหนักเพราะมาตกม้าตายหลังได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่รอคอยมาอย่างยาวนานและอยากรีบขอโทษรอย ฮอดจ์สันที่เขาเผาซะไหม้ในคลิปวิดีโอดังกล่าว
ทั้งนี้ "เดอะ ทรี ไลออนส์" จะมอบหมาย แกเร็ธ เซาธ์เกต ทำหน้าที่ขัดตาทัพ ตลอด 4 เกม พบ มอลตา (8 ต.ค.) , สโลวีเนีย (11 ต.ค.) , สกอตแลนด์ (11 พ.ย.) และ สเปน (15 ก.ย.) ขณะกำลังเฟ้นหาตัวตายตัวแทน คาดว่า เอ็ดดี ฮาว ผู้จัดการทีมวัยหนุ่มของ บอร์นมัธ จะเป็นตัวเต็ง