ระหว่างพิธีมอบเหรียญรางวัลนั้น "เทพลี" ปิดกั้นความรู้สึกไม่อยู่ น้ำตาคลอเบ้า นัยน์ตาแดงก่ำ และสีหน้าซึมเศร้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดเจน แม้จะพยายามสงบสติอารมณ์ พูดคุยแสดงความยินดีกับ เฉิน หลง แชมป์และ วิคเตอร์ เอ็กเซลเซ่น เหรียญทองแดงจากเดนมาร์กอย่างไรก็ตาม ขณะที่ เฉิน หลง พยายามพูดคุยและปลอบใจ "เทพลี" เพราะมีความคุ้นเคยใกล้ชิดกันมาโดยตลอด
"เทพลี" ให้สัมภาษณ์ในการแถลงข่าวต่อมาว่า วันนี้ เฉิน หลง เล่นได้ดีกว่าทุกกระบวนจริงๆ ตนตียังไงก็ไม่ตาย มิหนำซ้ำยังถูกโต้กลับ แล้วบีบเข้าสถานการณ์คับขันได้เกือบทุกครั้ง ยิ่งเล่นหน้าเน็ตผิดพลาดเข้าไปอีก ยิ่งทำให้เกมของตัวเองเลวร้ายลงตามลำดับ
"ผมทำดีที่สุดแล้ว ต้องยอมรับเหรียญเงินเป็นครั้งที่ 3 และเป็นครั้งสุดท้ายของผมในโอลิมปิกเกมส์แล้ว ขอโทษชาวมาเลเซียนที่ให้กำลังใจ เอาใจช่วยมาโดยตลอด ขอโทษที่ทำได้ดีที่สุดแค่นี้" ลี ชอง เหว่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ทางด้านสื่อมวลชนมาเลเซียรายงานว่า ชาวมาเลเซียนเกือบทั้งประเทศติดตามชมการถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ลี ชอง เหว่ย VS เฉิน หลง ครั้งนี้ อย่างกระตือรือร้น ทุกรัฐมีการจัดถ่ายทอดสดในสถานที่สาธารณะ เพื่อสนองความต้องการของคนในพื้นที่ เมื่อผลการแข่งขันสิ้นสุดลง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าซึม โลกออนไลน์ที่เคยคึกคักร้อนแรงสุดยอดเมื่อ 24 ชั่งโมงก่อนหน้านั้น ตอนที่ "เทพลี" เอาชนะ หลิน ตัน ในรอบรองชนะเลิศมาได้นั้น กลับเงียบเหงาไปถนัดใจ
ดะตุ๊ก เสรี นาจิ๊บ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า แม้จะเป็นผู้แพ้ในวันนี้ แต่ในฐานะตัวแทนของชาวมาเลเซียนทั้งประเทศ ขอบอก ลี ชอง เหว่ย ได้เลยว่า ทุกคนภูมิใจใน ลี ชอง เหว่ย เป็นอย่างยิ่งที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนมาเลเซียได้อย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว
ทางด้าน ลี อา ไฉ่ ผู้เป็นพ่อของ "เทพลี" ให้สัมภาษณ์ว่า 2-3 วันที่ผ่านมา ตื้นตันอย่างมากที่ได้เห็นเพื่อนร่วมชาติพากันให้กำลังใจ เอาใจช่วยลูกชายของตนเอง อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวและแทบไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย
"ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ชอง เหว่ย ก็เป็นที่หนึ่งในใจของผมคนเป็นพ่อเสมอ วันนี้ โชคไม่เข้าข้างเขาเลย ไม่เป็นไรกีฬาย่อมมีแพ้มีชนะเป็นเช่นนี้เสมอ" พ่อของ ลี ชอง เหว่ย กล่าวในตอนท้าย