เมื่อเวลา 18.30น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งได้กำหนดจัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลยามาฮ่าลีควัน ระหว่าง ทีมสโมรสรฟุตบอล ขอนแก่น ยูไนเต็ดกับ ทีมสโมสร อุบล ยูเอ็มที ซึ่งถือเป็นการแข่งขันบิ๊กแมตช์อีสานระหว่าง 2 ทีม ที่ต่างต้องการ 3 คะแนนสำคัญในการก้าวสู่การแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีค แต่ถูกยกเลิกการแข่งขันไปหลังจากที่ สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีมติตัดสิทธิ์การแข่งขันของสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ในทุกรายการ ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้จัดขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่19ส.ค.ที่ผ่านมา
แฟนบอลของสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด ได้พากันขึ้นบนสแตนเชียร์ เหมือนเช่นทุกครั้งที่มีการแข่งขันของทีมสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด แม้วันนี้ไม่มีการแข่งขัน ผู้นำเชียร์ได้มีการกล่าวคำแถลงการณ์ คัดค้านคำประกาศของทางสมาคม การกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ไม่มีความยุติธรรม ไม่ให้โอกาสแก่ทางทีมสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดได้เข้าชี้แจง ทั้งที่มีการนัดหมายกันอย่างเป็นทางการว่าจะเข้านำหลักฐานและเอกสาร เข้าไปชี้แจงในวันที่ 21 สิงหาคม 2559 แต่ก็ถูกตัดสินโดยที่ไม่มีการสอบสวนใดๆเกิดขึ้นและไม่มีการตรวจสอบว่า คนร้ายเป็นคนของสโมสรจริงหรือเปล่า
หลังจากที่ทางแฟนบอลได้ร่วมกันส่งเสียงเชียร์และ อ่านแถลงการณ์ดังกล่าวจบลง ก็พากันเดินลงมายังสนาม โดยยืนอยู่ขอบสนาม พร้อมกับร้องเพลงสามัคคีชุมนุม และกอดคอจับมือแสดงความสามัคคี พร้อมกับนำป้ายข้อความ แสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจของบรรดากองเชียร์ ความยาว 20 เมตรและข้อความ แฟร์-พ่อง ต่อว่าพลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมการกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จากการที่มีมติตัดสิทธิ์การแข่งขันของสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดตลอดชีวิต โดยที่ไม่ให้โอกาสทีมสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดได้เข้าชี้แจงเลย ก่อนที่ทุกคนจะได้แยกย้ายเดินทางกลับด้วยความสงบ
นายวิโรจน์ ศรีลาโพธิ์ แกนนำกองเชียร์สโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดกล่าวว่ารู้สึกเสียใจ ยังทำใจไม่ได้ กับผลการตัดสิน ของสมาคมการกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แฟนบอลขอนแก่นยูไนเต็ดกว่า6พันคนต่างพากันงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นเพราะถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงมากและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ เท่าที่ทราบคือทางสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดอยู่ในขั้นตอนของการชี้แจงและไต่สวน แต่ทางสมาคมกับมีบทลงโทษออกมาทันทีโดยที่ไม่รอคำชี้แจง และไม่ให้ความเป็นธรรมกับทางสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดเลย
อย่างไรก็ตามแฟนบอลก็ยังคงยืนเคียงข้างกับทางสโมสรและเรียกร้องความยุติธรรมความถูกต้องจากนายกสมาคม ซึ่งทราบกันดีว่าพลตำรวจเอกสมยศพุ่มพันธุ์ม่วงนายกสมาคมเคยเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหน้าจะรู้ขั้นตอนและแนวทางการสืบสวนสอบสวน และไต่สวนโดยทุกคนเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยยังคงมีอยู่ดังนั้นการยื่นเรื่องต่างๆก็เป็นไปตามขั้นตอนของทางสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดซึ่งแฟนบอลก็คงทำได้เพียงแค่ให้กำลังใจ ที่ผ่านมาทางสโมสรขอนแก่นยูไนเต็ด ได้สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาวงการฟุตบอลในจังหวัดขอนแก่น จนมีแฟนบอลแฟนคลับเกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ
แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พวกแฟนคลับทุกคน ไม่สามารถรับได้ ซึ่งอยากฝากให้ทุกส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมแก่สโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดด้วย