สำหรับเกมนัดชิงนี้ ฝรั่งเศสเจ้าภาพนั้นถือว่า"มาตามนัด"กับการเล่นที่โชว์ผลงานสม่ำเสมอและงัดฟอร์มเก่งรอบรองชนะทีมเต็งคือแชมป์โลกเยอรมันมา 2-0 ส่วนโปรตุเกสนั้นถือว่าโชคดี ตั้งแต่รอบแรกไม่ชนะใคร ในเวลา 90 นาที เสมอ 3 นัด เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายก็เสมอใน 90 นาที และในรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็เสมอ เพิ่งจะมาชนะใน 90 นาทีในรอบรองฯที่เอาชนะเวลส์ มา 2-0 ต่างจากฝรั่งเศส ที่โชว์ฟอร์มได้ดีมาตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบรองชนะเลิศที่มีชัยเหนือทีมแชมป์โลกครั้งล่าสุดอย่างเยอรมันมาไม่ยาก
สำหรับรูปแบบการเล่นของโปรตุเกส แฟร์นันโด้ ซานโต๊ส กุนซือจะเน้นความเหนียวแน่นในเกมรับ และใช้เกมโต้กลับที่มี"คริสเตียโน่ โรนัลโด้" เป็นแกนสำคัญ และแม้อาจจะเป็นทีมที่พึ่งนักเตะคนเดียว และมี"นานี่"เป็นตัวช่วยคนสำคัญ แต่ก็เป็นทีมที่ประมาทไม่ได้ แถมเกมรับก็จะมี เปเป้ เซ็นเตอร์แบ๊กขาโหดจาก เรอัล มาดริด มาบัญชาการ โดยเชื่อว่าทีมจะลงสนามในแผน 4-4-2 ที่มีอดีต 2 นักเตะแมนฯยูเป็นตัวรุกปิดสกอร์
ส่วนเจ้าภาพนั้น ทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ช็องป์ส เน้นการเล่นเกมบุกเข้าใส่ แถมมีความหลากหลาย และต้องจับตา"โอลิวิเยร์ ชิรูด์" ศูนย์หน้าจากอาร์เซน่อลในพรีเมียร์ลีก ที่ทัวร์นาเมนต์นี้่ทำผลงานได้ดีเกินคาด จนทำให้ อ็องตวน กรีซมันน์ ตัวรุกจาก แอตเลติโก มาดริด มีอิสระและทำผลงานจนขึ้นนำดาวซัลโวรายการนี้ 6 ประตู รวมทั้งมี ปอล ป็อกบา เป็นแกนหลักในแดนกลาง โดยจะเล่นในระบบ 4-2-3-1 มี มุสซ่า ซิสโซโก้, อองตวน กริซมันน์และ ปาเย่ต์ระดมพลบุกหลังหอกร่างใหญ่ โอลิวิเย่ร์ ฌิรูด์
รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนามโปรตุเกส (4-4-2) : รุย ปาตริซิโอ - เซดริก, โชเซ่ ฟอนเต้, เปเป้, ราฟาเอล เกร์เรโร่ - อาเดรียน ซิลวา, วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่, เรนาโต้ ซานเชส, เจา มาริโอ - คริสเตียโน่ โรนัลโด้, นานี่ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส - บาการี่ ซาญ่า, ซามูเอล อุมติตี้, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, ปาทริซ เอฟร่า - ปอล ป็อกบา, แบลส มาตุยดี้ - มุสซ่า ซิสโซโก้, อองตวน กริซมันน์, ดิมิทรี ปาเย่ต์ - โอลิวิเย่ร์ ฌิรูด์
ข้อมูลน่าสนใจ-โปรตุเกส ไม่แพ้ 13 นัดล่าสุด ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป-ฝรั่งเศส ชนะ โปรตุเกส 4 นัดล่าสุด จากทุกรายการแข่งขัน และเคยพบกัน 24 ครั้งในทุกรายการ ฝรั่งเศสชนะ 18 เสมอ 1 แพ้แค่ 5-ฝรั่งเศส ชนะ 5 จาก 6 นัดล่าสุด ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป-ฝรั่งเศสนั้นได้แชมป์ยูโรครั้งแรกในปี 1984 และหลังจากนั้นในปี 2000 พวกเขาได้แชมป์อีกครั้งซึ่งห่างกัน 16 ปีพอดี และในปี 2016 พวกเขาเข้าชิงอีกครั้งซึ่งห่างจากปี 2000 ครบ 16 ปีพอดี-โปรตุเกสเป็นลฃชาติเจ้าภาพทีมเดียวที่เข้าชิงแล้วไม่ได้แชมป์เมื่อปี 2004-ทั้งคู่เคยเจอกันในศึกยูโรของ 2 ครั้งในปี 1984 และ 2000 และฝรั่งเศสชนะทั้ง 2 ครั้งและเป็นแชมป์ทั้ง 2 ครั้ง