เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2559 ที่ บริษัท สปอร์ต ฮีโร จำกัด "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เรียกทีมสตาฟฟ์โค้ชมาประชุมหารือ เพื่อเตรียมทีมก่อนสู้ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 3-5 มิ.ย. โดยมี ยูเออี, จอร์แดน และมอนเตเนโกร เข้าร่วมการแข่งขัน และศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ซึ่ง ไทย อยู่สาย บี ร่วมกับ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, ซาอุดิอาระเบีย, ยูเออี และอิรัก
ภายหลังการประชุม ซิโก้ เปิดเผยว่าการประชุมครั้งนี้ได้วางแผนสำหรับการเตรียมแข่งฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โดยเฉพาะนัดที่ 3 และ 4 ซึ่ง ไทย จะออกไปเยือน ยูเออี วันที่ 6 ต.ค.2559 และ อิรัก วันที่ 11 ต.ค.2559 ซึ่งถือเป็นการเยือนทีมในย่านตะวันออกกลางทั้งคู่ ดังนั้นต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด จึงได้มอบหมายให้ทีมงานแต่ละคนรับผิดชอบในส่วนต่างๆ ทั้งเรื่อง วีซ่า, ที่พัก รวมถึงอาหารการกิน โดยจะประสานกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อให้ทีมมีความพร้อมเต็มที่ และไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง
ซิโก้ กล่าวต่อว่าศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ได้มอบหมายให้ทีมงานช่วยกันดูฟอร์มนักเตะที่ทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดในการแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก และดิวิชั่น 1 เพื่อเรียกมาติดทีมสู้ศึกครั้งนี้
ศึกคิงส์คัพเราจะใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุด เพราะถือเป็นการเตรียมทีมก่อนสู้ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โดยนอกจากนักเตะที่เป็นแกนหลักของทีมชุดใหญ่แล้ว ผมต้องการเปิดโอกาสให้นักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฟุตบอลลีกได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเองด้วย
เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวถึง ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางลูกครึ่ง ไทย-สวิส ของ สุพรรณบุรี ที่ได้รับบาดเจ็บหัวเข่าและพักนาน 1 ปี 4 เดือน ว่าเตรียมติดตามฟอร์มของดาวเตะรายนี้อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง หลังเจ้าตัวหายเจ็บและกลับมาลงสนามให้ สุพรรณบุรี ในเกมอุ่นเครื่องกับ สีหมอก เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2559ที่ผ่านมา ซึ่งหาก ชัปปุยส์ กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีเหมือนเดิม ก็มีโอกาสกลับมาติดทีมชาติ ซึ่งในรายการคิงส์คัพ ถ้าสมบูรณ์เต็มก็อาจเรียกมาติดทีมในรายการนี้ทันที