- บุรีรัมย์ตอนนี้ต่างจากตอนที่เข้ามาพัฒนาจริงจังอย่างไร" ปีนี้เป็นปีที่ 6 ที่เข้ามาทำ เป็นปีที่ 6 ของการเป็นลุงเนวิน สิ่งที่ต่างก็คือวันนี้เราเปลี่ยนจากเมืองผ่านกลายเป็นเมืองพัก เดิมมีนักท่องเที่ยวมาที่ปราสาทพนมรุ้งเฉลี่ยปีละห้าแสนคน ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาที่บุรีรัมย์ไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านคนต่อปี จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ การสร้างงาน กระแสเงินหมุนเวียนจากการจับจ่ายใช่สอยและท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวตรงนี้ ถ้ามีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 3000 บาทต่อวัน ทำให้เรามีรายได้ปีละ 7000-10000 ล้านบาทต่อปีตัวเลขตรงนี้ทำให้มูลค่าของ asset value เพิ่มขึ้นราว 200 % ที่ดินจากราคา1ไร่ประมาณไม่ถึงหนึ่งล้านบาท ขึ้นมาเป็น 6-10 ล้านบาท จีดีพีก็โตขึ้น ทำให้ในช่วงชีวิตหนึ่งของการเป็นเราถือว่าเราได้ตอบแทนชุมชนสังคม ต้องถือว่าเราประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมายตั้งใจแต่เดิมเหมือนตอนที่เราก้าวเข้าไปเล่นการเมืองเราก็มีจุดมุ่งหมายว่าเราต้องการเปลี่ยนชีวิตคน ต้องการสร้างเมือง สร้างรายได้ และสร้างสิ่งที่ดีกว่าให้กับผู้คน แต่ว่าชีวิตที่เราทำไปในช่วงที่เราเป็นนักการเมืองมา 20 ปีมันซีโร่ มันไม่ได้อะไรเลยถ้ามาเทียบกับ 6 ปีของการเป็นประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นลุงเนวิน มันทำอะไรได้มากมายกว่ามหาศาล"
-วันนี้บุรีรัมย์เป็นอย่างที่ฝันหรือยัง"วันนี้เดินมาก็เกือบ 70 % ของเป้าหมายที่เราตั้งไว้ แน่นอนในประเทศเราตั้งเป้าหมายเป็น 1 ใน 5 เมืองที่คนไทยและคนที่มาเที่ยวในไทยอยากมามากที่สุด เป็นเมืองที่มีการกล่าวขานถึง และทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นบทพิสูจน์ว่ามันสร้างด้วยนำมือของเอกชน สร้างขึ้นด้วยความสามัคคี ด้วยมือและใจของคนบุรีรัมย์ที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสนามฟุตบอล สนามแข่งรถยนต์ หรือตัวบุรีรัมย์คาสเซิล (ห้างใหม่) ซึ่งความตั้งใจจริงๆ คือให้เป็น GU 12 club คือทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่วันนี้เป็นทีมหมายเลขหนึ่งของอาเซียน มา 4-5 ปีติดต่อกัน เป็นทีมที่มีมารเก็ตแชร์มากที่สุดจากการสำรวจของนิด้าคือ 38 % ของ 100 % ของคนที่ดูฟุตบอลทั้งหมด ตัวเลขการขายของที่ระลึกและเสื้อทีมปีที่แล้ว ขายได้ 500,000 ตัว สะท้อนว่าเรามีแฟนเบสอย่างน้อย 500,000 คน
จากตรงนี้เราก็คิดว่าอยากมีอะไรที่เป็นที่พบปะสังสรรคเป็นคลับ คนกทม.อาจมีสปอร์ตคลับ โปโลคลับสำหรับคนไฮโซ แต่สังคมฟุตบอลของประเทศนี้ บุรีรัมย์ คาสเซิล คือ GU 12 club คือคลับของแฟนบอลคนบุรีรัมย์ทุกคน เราอยากให้บริเวณทั้งหมดของบุรีรัมย์ คาสเซิลเป็นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย เดินเล่น เป็นที่พบปะกัน มาทานอาหารกัน ของแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทุกคน แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นว่าคนที่อื่นห้ามเข้าแต่สำหรับแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทุกคนแค่ใส่เสื้อบอลเข้าไปในร้านในบุรีรัมย์ คาสเซิล ก็ได้ส่วนลดอย่างน้อย 5 % เป็นตัวสะท้อนถึงความเป็นสิทธิพิเศษของการเป็นแฟนบอลทีมนี้ หรือการเป็น GU12 เราทำฟุตบอลอาชีพเต็มตัว ทีมบุรีรัมย์คือลมหายใจของแฟน เราเดินมาถึงจุดที่ว่าความผูกพันของแฟนบอลหรือ GU 12 ไม่ได้มีกับทีมแค่วันละ 4 ชั่วโมง ในช่วงที่มีการแข่งขันของทีม แต่มีทั้ง 7 วัน เรามีความผูกพันตลอดเวลาช่องทางการสื่อสารของแฟนเราใช้โซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊คมีคนเข้ามาวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน มียอดไลค์เกินกว่า1ล้านไลค์ แต่เมื่อไหร่ที่เขาอยากมาพบกันนอกจากที่สนามบอลแล้วก็คือที่นี่
นอกจากคลับแล้ว ปราสาทพนมรุ้งจำลองที่สร้างขึ้นที่นี่ คนอาจไม่เข้าใจถึงเป้าหมายของเรา เราสร้างจำลองเพื่อให้คนที่ไม่เคยมาบุรีรัมย์หรือปราสาทพนมรุ้งได้มีโอกาสได้สัมผัส หรือรู้สึกว่ารูปแบบปราสาทพนมรุ้งเป็นอย่างไร ถ้าอยากดูของจริงซึ่งสวยกว่านี้ก็ไปดูของจริงที่เขาพนมรุ้ง แต่ตรงนี้เหมือนเป็นสัญลักษณ์มากกว่า บนโลโกสโมสรทีมเรามีปราสาทสายฟ้า ปราสาทจำลองที่นี่เมื่อสร้างเสร็จเราจะใช้เป็นที่ตั้งของถ้วยแชมป์ที่ทีมชนะมา ตอนนี้มี 2 ถ้วยที่โชวที่นี่ คือ ถ้วยพระราชทาน ก และถ้วยทีพีแอล ทีถือเป็นถ้วยสูงสุดของประเทศ จากทั้งหมดมี18 ถ้วย เพื่อให้แฟนคลับได้มาชื่นชม สัมผัสถ้วยที่พวกเขาได้เป็นผู้เล่นคนที่ 12 มีส่วนร่วมในการส่งกำลังใจพลังศรัทธาของพวกเขาจนเราได้เป็นแชมป์ ให้เชยชมร่วมกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นแลนด์มาร์คที่เราได้มาพบปะ ชื่นชมความสำเร็จของทีมที่เรารัก ได้มาพบปะกัน"
-เป็นทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง และเจ้าของงทีมฟุตบอล ทำอะไรแล้วมีความสุขที่สุดมีความสุขกับปัจจุบันกับการเป็นลุงเนวิน และประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเวลาที่มีความสุขที่สุด แน่นอน 3 อาชีพนี้หนีไม่พ้นที่ต้องมีส่วนเกี่ยวพันกัน ประสบการณ์ที่ผ่านมาของชีวิต ทั้งถูกและผิดก็ต้องเรียนรู้และนำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและสามารถสร้างความสุขให้ผู้คน วันนี้ก็เป็นบทพิสูจน์แล้วว่า ตำแหน่งไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งหน้าที่ก็สามารถจะสร้างความสุข ความเจริญให้ผู้คนได้ และสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญแล้ววันนี้ มันสำคัญว่าคนศรัทธาและยอมรับคุณได้ขนาดไหน
-สิ่งที่เป็นอยู่พิสูจน์ว่าคนศรัทธาคุณมากกว่าตอนเป็นนักการเมืองถูกต้อง วันนี้คนบุรีรัมย์หรือคนในประเทศไทยรักผมและศรัทธาผมมากกว่าตอนเป็นนักการเมืองหรือเป็นรัฐมนตรีแน่นอน
-อะไรเป็นสิ่งที่ยากและท้าทายที่สุดในการพัฒนาบุรีรัมย์"การสร้างความเข้าใจและปรับทัศนคติและพฤติกรรมของคน ให้ยอมรับความเปลี่ยนแปลง ยอมรับสิ่งใหม่ๆ และกลับมาจับมือช่วยกันทำสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชนต่อสังคม สิ่งที่ยากที่สุดคือทุกคนควรต้องเรียนรู้ถึงการทำอะไรแบบวินวินคือชนะด้วยกันแพ้ด้วยกันเวลาคิดจะทำอะไร ตอนนี้คนเมืองนี้เริ่มปรับทัศนคติและเข้าใจได้ว่าการทำอะไรซักอย่างหนึ่งอย่าไปสนใจว่าสิ่งที่เราทำคนอื่นจะได้อะไร สำคัญที่สุดคือเราทำแล้วเรามีความสุข และพอใจในส่วนที่เราได้ก็พอแล้ว และเราจะได้รับความร่วมมือ คนส่วนใหญ่ในสังคมคำนึงถึงแต่ว่าถ้าลงทุนอะไรไปแล้วตัวเองต้องได้รับประโยชนสูงสุดและคนอื่นไม่ควรจะได้อะไรเลย เพราะไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไร แต่วันนี้ที่ยากที่สุดคือการสร้างความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องว่า เฮ้ย! คุณพอเท่าที่คิดว่าคุณอยากได้ และอย่าไปสนใจว่าคนอื่นจะได้อะไรจากสิ่งที่คุณทำ หรือเค้าอาจจะได้มากกว่าคุณก็ไม่เป็นไร ช่างเขาเถอะ เราพอใจกับสิ่งที่เรามีและมีความสุขก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ลงทุนลงแรงไปทั้งหมดมีคำถามมากมายว่าไปกู้แบงค์มาลงทุนมาแล้วผลตอบแทนขนาดนี้มันน่าจะได้มากกว่านี้อย่าไปใส่ใจเลย เอาว่าทำแล้วประสบความสำเร็จ ได้กำไร ใช้หนี้ได้ ทำได้อย่างมีความสุขก็พอแล้ว
เรื่องที่พยายามมสอนคนทุกคนอีกเรื่องคือ resource is limited creative is unlimited เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่เกิดขึ้นจากการสร้างหรือ creative ด้วยมือและหัวใจของคนบุรีรัมย์"
-ที่เหลืออีก 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่จะสำเร็จ"เป้าหมายสูงสุดคือต้องการให้เมืองนี้เป็น health and wellness city เป้าหมายในการเป็นสปอร์ตซิตี้ มันเกือบ 80-90 % แล้ว เป็นเมืองเดียวที่ฟุตบลอเก่งที่สุดในประเทศไทย และในอาเซียน เป็นเมืองกีฬา เมืองเดียวในอาเซียนที่มีสนามเซอรกิตมอเตอรสปอรต มาตรฐาน FIA Grade 1 ,FIM Grade A ซึ่งเป็นมาตรฐานโลกระดับสูงสุด แต่ว่าเท่านี้ยังไม่พอที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมาใช้ชีวิตที่บุรีรัมย์มากกว่านี้ เป้าหมายจริงชองเราคือเป็นฮับของฟุตบอล มอเตอร์สปอร์ตและเป็น health and wellness city ในเอเชีย เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้ก็หมายความว่าคนที่จะมาพักผ่อน ฟิตเนส รีทรีทตัวเองและมามีกิจกรามอยู่กับกีฬาที่นี่ก็จะใช้เวลาอยู่ที่บุรีรัมย์มากขึ้น ซึ่งเราตั้งเป้าหมายว่าเมื่อเออีซีเปิด ประชากรอาเซียนมี 600 ล้านคน ถ้าในแต่ละปีเราสามรถทำให้ประชากร 1% ของอาเซียนมาใช้ชีวิตอยู่ที่บุรีรัมย์ในหนึ่งปี เราก็จะมีคนประมาณ 6 ล้านคนมาใช้ชีวิตอยู่ที่บุรีรัมย์ในแต่ละปี เฉลี่ย1คนใช้จ่ายประมาณ 5000 บาทจะมีรายได้ประมาณ 30000 ล้านบาทต่อปี นั่นหมายถึงการนำไปสู่การจ้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพและเพื่อมูลค่าทรัพยสินที่ดินของคนบุรีรัมย์ อีกไม่เกิน 10ปีเป้าหมายจะเป็นจริง"
-คิดถึงการเมืองไหมไม่มี ดูข่าวไปตอนนี้ก็กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ไป สำหรับทุกคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองยังไม่หมดเวรหมดกรรม อุทิศส่วนกุศลให้ ขอให้ไปที่ชอบๆ ไม่ค่อยได้เจอไม่คุยกับใครเลยเพื่อนๆนักการเมือง นอกจากพ่อ(นายชัย ชิดชอบย)เพราะเป็นพ่อลูกกัน แต่ไม่คุยเรื่องการเมือง เพื่อนนักการเมืองก็เจอ ทักทายกันแต่ไม่คุยการเมือง ไม่มีอะไรให้คุย อยากคุยการมเมืองให้ไปคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โชา
-ตอนนี้เรียกตัวเองว่าอะไรลุงเน ของชาวบ้าน
-ฟุตบอลไทยภายใต้พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลคนใหม่เป็นอย่างไร"ดีกว่านายกฯคนเก่าแน่นอน และเชื่อว่าภายในสี่ปีจากนี้ไป ฟุตบอลไทยต้องกลับมาเป็นท็อปเทนของเอเชียในเรื่องฟุตบอลทีมชาติ ส่วนตัวยังไม่ได้แสดงความยินดีกับพล.ต.อ. สมยศ แต่เดี๋ยวคงได้พูดคุยกัน ไม่จำเป็นต้องเสนอแนะอะไรเพราะสิ่งที่เค้าเสนอใน Fair 5 ข้อมันสมบูรณ์อยู่แล้ว มันคือความต้องการของคนในวงการฟุตบอลไทย"
-ทีมเลสเตอร์ ซิตี้หรืออาร์เซนอล จะได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก"วันนี้เลสเตอร์เป็นแชมป์ไปแล้ว ถ้าคิดถึงเงินลงทุนและเพอร์ฟอร์มแมนซ์ที่เกิดขึ้น ลงทุนน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษแต่ฝีเท้าขึ้นมาอยู่หัวตาราง แม้จะเหลืออีกสิบกว่าแมทช์ ถ้าจบฤดูกาลที่ท็อปไฟว์ เลสเตอร์ก็ต้องถือว่าเป็นแชมป์แล้วถ้าคิดถึงเม็ดเงินลงทุน ทรัพยากรที่มี ผลที่ออกมา โอ้โห!ค่าสัมประสิทธิ์ทีมตั้งเท่าไหร่ อาร์เซนอลลงทุนมากกว่าเลสเตอร์เยอะ หรือทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้นผมไล่ออกหมดแล้ว จ้างไปทำไม ตอนนี้ยังไม่เห็นมีอะไรเป็นปัญหาที่จะทำให้เลสเตอร์ไม่ได้ถ้วยแชมป์ ทีมใหญ่ที่ต้องเจอตอนนี้ก็เหลือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเชลซี ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่ผีกับสิงห์ป่วย ผมเคยเป็นแฟนเชลซี แต่ตอนนี้เป็นแฟนบุรีรัมย์อย่างเดียว มีทีมของตัวเองอยู่แล้วจะเสียสติไปเชียรทีมอื่นทำไม ทำด้วยมือตัวเอง"
-ปีหน้าจะมีเลือกตั้งหรือไม่มีและฝ่ายทักษิณจะชนะเลือกตั้งกลับมาได้หรือไมไปถามพลเอกประยุทธ์ จะมาถามอะไรจากผม เพราะผมไม่เกี่ยว ถ้าถามว่าอเล็กซานเดอร์ กาม่า เฮดโค้ชทีมบุรัรัมย์ ยูไนเต็ดจะได้อยู่ต่อหรือไม่ มาถามได้ ถ้าจะถามลุงเนให้ถามแต่เรื่องบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
-จะไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นคนไทยก็ต้องไปทำหน้าที่ รับไม่รับก็ไม่เห็นต้องมาอธิบายบอกใคร เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเรื่องเดียวที่ไม่โดนตำรวจจับแน่นอน ไม่โดนปรับทัศนคติ เพราะฉะนั้นรีบไปใช้สิทธิเสีย-ถ้ามองย้อนกลับไปคิดว่าน่าจะออกจากการเมืองตั้งนานแล้วหรือไม่
ก็รู้ว่าจะต้องออกจากการเมืองมานานแล้วตั้งแต่ปี 2537 บอกแล้วว่าอายุ 55 ปีจะรีไทร์ ผมเป็นคนรู้อนาคต แม้ผมจะไม่ใช่นอสตราดามุส ปี 2549 ผมก็ออกจากการเมืองมา ตอนนี้มาใช้ชีวิตอย่างนี้ เห็นหรือไม่ทำทุกอย่างตามที่ตัวเองพูดและคิด เหลือแต่พวกมีเวรมีกรรมก็ไปใช้เวรใช้กรรม