“การแก้ปัญหาต้องทำให้หลักการใช้อำนาจแสวงหาประโดยชน์ไม่ได้ โดยเอาหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องทำมาตรการป้องกันคนแสวงหาผลประโยชน์เข้าไปได้ ต้องทำคู่กันทั้ง 2 ทาง จะคิดว่าเอาคนดีเข้าไปอย่างเดียวไม่ได้ คนดีเข้าไปก็เหมือนพระ ตอนเข้าไปไม่ได้คิดจะโกง แต่ระบบโกงได้ สุดท้ายเลยโกง สุดท้ายคือ สิทธิของประชาชนต้องไม่ถูกละเมิด ถ้าถูกละเมิดต้องฟ้องได้ แต่รัฐธรรมนูญ 60 ไม่มี” รศ.ปริญญา กล่าว
รศ.ดร.ประภาส กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ประชาชนมีส่วนตรวจสอบทางตรง เป็นรัฐธรรมนูญที่ถ่ายโอนอำนาจให้ประชาชน แต่ฉบับ 2560 มีความตกต่ำหรือถอดถอยการมีส่วนร่วมประชาชน รัฐมนตรีระบบโควตามีมาก ปัญหาข้าวยากหมากแพงตอนนี้ ดูจากหน้าตารัฐบาลใหม่ที่กำลังจะแถลงนโยบายเร็วๆ นี้ก็ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังไม่เขียนเรื่องสิทธิเป็นหมวดหน้าที่รัฐ สิทธิมีสิ่งแวดล้อม มีอากาศที่ดี แต่ไปกำหนดไว้ในหมวดหน้าที่รัฐ ซึ่งหากเขียนไว้ให้ชัดในรัฐธรรมนูญก็จะทำให้เราไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีการเขียนในกฎหมายที่จะออกตามมา เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตามการแก้รัฐธรรมนูญขั้นถัดไปคือการได้มาของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตนเห็นว่า แก้ไขมาตรา 256 หมวด 15 อำนาจ ให้สสร.มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ควรนำรูปแบบที่ถูกตีตกไปแล้วกลับมาใช้ ส่วนเนื้อหามองว่าให้นำจากฉบับปี 2540 มาพิจารณา
รศ.ดร.บุญเลิศ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่สะท้อนความสัมพันธ์เชิงอำนาจของคนในสังคมในแต่ละยุคสมัย และสัมพันธ์กับคนในสังคมว่ายอมรับหรือไม่กับอำนาจของผู้ที่เข้ามายกร่างรัฐธรรมนูญ หากไม่ยอมรับและมีการวิพากษ์วิจารณ์ก็จะนำไปสู่การแก้ไข ที่ผ่านมาเวลาพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีคำว่าปฏิรูปการเมือง ซึ่งในระยะเวลาอันใกล้นี้มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มีความสำคัญ ซึ่งการแก้ไขมี 3 เรื่องสำคัญคือ 1. การเข้าสู่อำนาจ จะกลั่นกรองคนมีฝีมือ มีคุณภาพ เข้าสู่อำนาจได้อย่างไร สิ่งสำคัญคือต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน นั่นคือมากจากการเลือกตั้ง 2. ต้องสามารถตรวจสอบได้ 3. สิทธิและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งฉบับปี 2540 ตอบโจทย์ใน 3 เรื่องนี้อย่างมีนัยยะสำคัญ ย้ำว่าต้องเลือกคนมีความสามารถ มีคุณภาพ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่นักการเมืองที่มีอยู่ทึกวันนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ใหญ่ที่ไทยเผชิญ เราอยู่ในสภาวะต้มกบ ตายช้าๆ โดยไม่รู้ตัว
"ฉบับ 40 ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งและการตรวจสอบ แม้ยังไม่สมบูรณ์แต่เห็นหมุดหมายความก้าวหน้า แต่การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทำให้ประเทศชาติถอยหลัง และที่ถอยหลังมากๆ คือในการเลือกสว. เพราะเป็นคนที่มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนองค์กรอิสระ ทำให้มีคนบิดเบือน พยายามส่งคนของตัวเองเข้ามานั่งในส่วนนี้ แต่กลับไม่มีการแก้ไขให้ดีขึ้น กลับเลือกวิธีการเอาอำนาจนี้ไปให้คนที่จะทำรัฐประหาร เลือกคนมาเป็น สว.อีกที แล้วรัฐธรรมนูญปี 60 หนักที่สุด มีบทเฉพาะการให้สว. สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้ เรียกว่าอำนาจเริ่มออกจากมือประชาชนไหลสู่มือของคนส่วนน้อย คือองค์กรอิสระที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มีอำนาจมาก” รศ.ดร.บุญเลิศ กล่าว